แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IT-Update แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ IT-Update แสดงบทความทั้งหมด

21 พ.ย. 2555

POP 3 หรือ Post Office Protocol มารู้จักกันเถอะ





POP 3  หรือ Post Office Protocol 3 คือ วิธีการรับและส่ง Email อีกรูปแบบหนึ่งทางอินเทอร์เน็ต โดยการใช้โปรแกรมอ่านเมล์ นั่นเอง ซึ่งทำให้สะดวก รวดเร็วมากขึ้น 

ถ้าเราแบ่ง E-mail ที่ใช้กันอยู่ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 

   1. รับส่งโดยผ่าน website หรือ Web-based   E-mail ซึ่งจะต้องเข้าไปที่เว็บไซต์นั้น เช่น yahoo. hotmail, Gmail, Thaimail 

   2. รับส่งโดยใช้โปรแกรม E-mail ที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของเรา เช่น Microsoft Outlook, Eudora, ฯลฯ  ซึ่งเป็นรูปแบบที่ มีคนใช้มากเกินครึ่งโลก เพราะสะดวกและรวดเร็วมากๆ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ แค่เปิดโปรแกรม และคลิกดาวน์โหลดเมล์ทั้งหมดมาอ่านในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของเรา ซึ่งจะอ่านตอนไหนก็ได้ และยังสามารถ save เมล์ทั้งหมดเก็บไว้ใน CD ได้อีกด้วย 

         หลายคน มักจะบ่นว่า เช็คเมล์ยาก บางครั้งเข้าเว็บเช็คเมล์ไม่ได้ เว็บไซต์มีปัญหา หรือกำลัง update ข้อมูลบ้าง แต่เมื่อใช้ POP3 เพื่อเช็คเมล์ แค่เปิดคอมพิวเตอร์ ต่ออินเทอร์เน็ต และคลิกเปิดโปรแกรมอ่านเมล์ ไม่ว่าคุณจะมีเมล์ใหม่ 1 เมล์ , 10 เมล์ หรือ 100 เมล์  เมล์ทั้งหมดจะถูกดาวน์โหลดมาที่โปรแกรม และคลิกเปิดดูเมล์ทั้งหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที  ทำให้มีเวลาในการท่องเว็บ ค้นหาข้อมูล หรือทำอย่างอื่นได้มากขึ้น 

  เวลาเปิดดูเมลฺ์ใน web  hotmail, yahoo, gmail 
 -> เมื่อเปิดเมล์ที่ 1 คุณต้องโหลดเมล์ในหน้าใหม่ 1 ครั้ง 
 -> เปิดอ่านเมล์ที่ 2 ก็ต้องโหลดเมล์อีก 1 ครั้ง รวมเป็น 2 ครั้ง 

-> เปิด 10 เมล์ ต้องโหลดเมล์ รวมเป็น 10 ครั้ง 

แต่ถ้าตั้งค่า POP3 เพื่ออ่านเมล์ 
- > จะเปิดเมล์ 1 ฉบับ , 10 ฉบับ หรือ 100 ฉบับ 
ก็โหลดเมล์มาเพียง 1 ครั้งเท่านั้น !!!! 

   ค่า  POP3  แต่เดิม จะมีเฉพาะในอีเมล์ที่ต้องจ่ายเงินค่าบริการในส่วนนี้ แต่ปัจจุบัน Gmail และ Hotmail เปิดให้ใช้บริการ POP3 ได้ทันที ซึ่งสะดวกรวดเร็วต่อผู้ใช้มากขึ้น ไม่มีข้อจำกัด เรื่องพื้นที่เก็บข้อมูลแต่อย่างใด 

     ใน windows XP เราสามารถใช้โปรแกรม Microsoft Outlook เพื่อตั้งค่า POP3 ได้ทันที 

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ Hotmail POP3 ต้องใส่ค่าตามนี้ 

    * POP server: pop3.live.com (Port 995) 
    * POP SSL required? Yes 
    * User name: Your Windows Live ID, for example 
yourname@hotmail.com 
    * Password: The password you usually use to sign in to Hotmail or Windows Live 
    * SMTP server: smtp.live.com (Port 25 or 587) 
    * Authentication required? Yes (this matches your POP username and password) 
    * TLS/SSL required? Yes 

6 พ.ย. 2555

ประเภทลิขสิทธิ์ Windows 8 (วินโดวส์ 8) มีกี่ประเภท OEM หรือ OpenLicense



978_121030121443Sn

สำหรับ โปรแกรม Microsoft Windows เป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการ (Operating Systems - OS) ที่ได้รับความนิยมอีกตัวหนึ่งในปัจจุบัน ซึ่งเราอาจจะเห็นวางขายอยู่ตามตลาดทั่วไปนั้น อย่างเช่นตัว Microsoft Windows 8 หรือที่เราเรียกกันว่า Windows 8 (วินโดวส์) เราอาจจะจำแนกจำนวน อีดิชั่น (Edition) ของมันออกมาได้ ประมาณ 6 ประเภท ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

- Windows 8 (Basic Editions)

- Windows 8 Pro (Professional)

- Windows 8 Enterprise

- Windows RT

ซึ่งแน่นอน ระดับความสามารถของ Windows 8 นั้นก็จะต้องแตกต่างกันออกไปเป็นธรรมดา รวมไปถึงราคาของมันด้วย ซึ่งถ้าเรามองจากชื่อของ Edition ของมันแล้ว นั่นก็คือ Windows 8 Enterprise นั่นเอง เพราะ ดูจากชื่อ Edition มันแล้วก็พอจะเดาจากชื่อของมันออก แล้วว่า ตัวไหนดีที่สุด และในเมื่อมันดีที่สุด ราคาก็ย่อมแพงที่สุด เป็นเงาตามตัวเช่นกัน

ซึ่งข้อมูลตรงนี้ คุณผู้อ่าน หรือลูกค้าทุกท่าน คงจะหากันไม่อยากอยู่แล้ว เนื่องจาก มีบ่งบอกตามท้องตลาดอย่างมากมาย

แต่หารู้ไม่ว่า สำหรับใน Windows แต่ละ Edition นั้น ใช่ว่าจะราคาเท่ากัน เพราะเนื่องจาก มีรูปแบบลิขสิทธิ์ที่แตกต่างกันออกไป ใน 3 แบบ ด้วยกัน Thaiware.com จึงขออาสามาแสดงรายละเอียด แบบละเอียดยิบ ชนิดที่เรียกได้ว่า อ่านบทความนี้จบ แล้ว เข้าใจกระจ่างกันไปเลย !

สำหรับรูปแบบลิขสิทธิ์ (License) ของเจ้าตัว Windows นั้นมีด้วยกันอยู่ด้วยกันแบบหลักๆ 3 แบบ ดังรายละเอียต่อไปนี้ ..

1. Volume Licensing (ซื้อจำนวนมาก)

รูปแบบลิขสิทธิ์ประเภทนี้ คือลูกค้า จะต้องถูกบังคับ ซื้อเป็นจำนวนขั้นต่ำ อย่างต่ำ 5 Licenses สำหรับครั้งแรกเท่านั้น เท่ากับว่า สามารถลงได้กับ 5 เครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยกัน ซึ่งดูจากจำนวนที่จะต้องซื้อดังกล่าวแล้ว ทำให้ลักษณะหรือรูปแบบของ Open License เหมาะสำหรับ องค์กรธุรกิจขนาดเล็ก และ กลาง (SMEs - Small Medium Enterprises) หรือแม้แต่ องค์กรขนาดใหญ่ ไปโดยปริยาย เนื่องจากลูกค้า จะต้องซื้อเป็นจำนวนมาก ถ้าหากว่าคิดจะซื้อมาใช้แค่ เครื่องเดียว หรือสองเครื่อง ในบ้าน หรือที่พักอาศัย คงจะไม่คุ้มค่าเป็นแน่

โดยลิขสิทธิ์ประเภทนี้ ลูกค้าจะต้องซื้อเป็นแบบ ลักษณะของระยะเวลาที่กำหนด เช่น รูปแบบลิขสิทธิ์ แบบ 1 ปี (1-year License) เป็นต้น ซึ่งภายในระยะเวลา 1 ปี ที่อยู่ในสัญญา ลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ในการ อัพเกรด (Upgrade) ผลิตภัณฑ์ ของ Windows ได้ รวมไปถึง สิทธิ์ในการ อัพเดท (Update) เช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากหมดสัญญาสิทธิ์เหล่านี้ ก็จะหมดลงไปทันที

ส่วน License Key Information ที่เค้าให้มาก็จะให้มาเป็นตัวเลขชุดเดียวกัน เช่นซื้อมา 10 เครื่อง (10 Licenses) ก็จะได้ มาแค่ชุดเดียว แล้วนำ Authorization Number และ License Number เหล่านี้ ไปสร้าง (Generate) บนเว็บไซต์ของ Microsoft ที่เขากำหนด สำหรับการเข้า ไปสร้าง Product Key เพื่อนำไปใช้ ในแต่ละเครื่องทั้งหมด 10 เครื่องนั่นเอง

สิทธิ์ในการอัพเกรดในที่นี้เช่น สมมุติว่าท่านซื้อ รูปแบบลิขสิทธิ์ประเภท Open License อยู่โดยซื้อ Windows Vista Professional สมมุติว่าเกิดในระหว่าง 1 ปีที่ระยะเวลา ของสัญญายังไม่หมด ทาง Microsoft เกิดออก Windows 8 ออกมา ท่านจะได้รับสิทธิ์ในการอัพเกรดเวอร์ชั่น ทันที ซึ่งทาง Microsoft จะทำการส่งแผ่น อัพเกรด หรือที่เรียกกันว่า Disk Kit (อาจจะเป็นแค่แผ่นๆ เดีรยว แต่สามารถใช้ได้กับทุกเครื่อง ที่ซื้อ License ไว้) โดยจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ แบบนี้เป็นต้น

ซึ่งหลายท่านอาจจะได้ยินคำว่า Open License มาบ้าง ความจริงนั้น Open License เป็นแค่ส่วนหนึงของ Volume Licensing เท่านั้น เป็น Licenses ที่เหมาะกับพวก บริษัท หรือ ห้างร้าน มากกว่า ดังนั้นจริง ๆ แล้วเรื่องการซื้อแบบ Volume มีหลายแบบ มีทั้งแบบซื้อขาด (Perpetual) และ เช่าใช้ (Leasing / Subscription) แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า
 
Volume Licensing - Open Licenses
 
มีขายแบบทั้ง License แบบปกติ ถ้าอยากได้ การ Upgrade ด้วย เราจะต้องซื้อพร้อม สิ่งที่เรียกว่า Software Assurance (SA) หรือการรับประกินสินค้า ซึ่งในการรับประกันสินค้าของซอฟต์แวร์นั้น การรับประกันสินค้าคือการได้รับสิทธิ์ Upgrade นั้นเอง (และ SA มีผลแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่สามารถต่ออายุภายหลังได้) หรือ ซื้อทันทีหลังจากซื้อ Licenses ไปแล้วไม่เกิน 90 วัน (ถ้าจำไม่ผิด)
 
Volume Licensing - Open Values
 
เป็น Licenses แบบมี Software Assurance (SA) จะผูกมากับสัญญาเลย (บังคับ) จะทำให้ได้ราคาที่ลดมากกว่า Volume
 
Volume Licensing - Open Value Subsciptions
 
เป็นแบบเช่าใช้ เพิ่ม-ลดได้ตามขนาดของ องค์กร หรือ บริษัท ก็จะได้ Licenses + SA ตลอดระยะเวลาที่ทำ Subscription อยู่ แต่ Licenses จะไม่ใช่ของลูกค้า (ยกเลิกเมื่อไหร่ ต้องเลิกใช้เมื่อนั้น)

ข้อดี :)

- สะดวกง่าย แก่การอัพเกรดเวอร์ชั่น หรือัพเดทข้อมูลให้ทันสมัยอยู่เรื่อยๆ เรียกได้ว่า Microsoft เขาออกเวอร์ชั่นไหน หรือ Patch หรือ Service Pack อะไรใหม่มา ไม่มีวันตกเทรน อย่างแน่นอน

- สามารถย้ายเครื่องลงได้ ไม่ยึดติดอยู่กับเครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องอยู่ภายในจำนวน License ที่ซื้อมา เช่น ซื้อมา 5 ก็ต้องลงเครื่องแค่ 5 เท่านั้น

ข้อเสีย :(

- ราคาค่อนข้างสูง

- ต้องซื้อเป็นจำนวนมากเท่านั้น จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้ตาม บ้านทั่วๆ ไป

- มีระยะเวลาที่กำหนดแบบชัดเจน ดังนั้นหลังจากที่หมดระยะเวลาไป สิทธิ์ต่างๆ ที่เคยได้รับจะหายไป


2. OEM License (ลิขสิทธิ์)

สำหรับ OEM License หรือรูปแบบ ลิขสิทธิ์ประเภท OEM นั้น ย่อมาจากคำว่า Original Equipment Manufacturer รูปแบบนี้ ถ้าเทียบกับ ลิขสิทธิ์ในรูปแบบอื่นๆ นั้น แบบนี้ถือว่าราคาถูกที่สุด แต่มีข้อแม้ หรือว่าเงื่อนไข อยู่พอสมควร แต่ถ้าหากว่าผู้อ่าน อ่านไปแล้ว เห็นว่า ข้อแม้แค่นี้ เรื่องจิ๊บๆ สบายๆ รับได้อยู่แล้ว ทาง Thaiware.com ก็ขอแนะนำให้ จัดไปเลย สำหรับ OEM License นี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาดูกันเลยดีกว่าว่า OEM License นั้น มีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง

1. สามารถติดตั้งได้แค่เพียง 1 เครื่อง ต่อ 1 License ที่ซื้อไป

2. เมื่อติดตั้งลงเครื่องแรกไปแล้ว จะไม่สามารถนำไปลง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่นได้เลย แม้ว่าจะไม่ใช้เครื่องแรกนั้นอีกต่อไปแล้วก็ตาม

3. ในกรณีถ้าเกิดว่า ถ้าอยากอัพเกรดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ สิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลยคือ CPU และ ตัว เมนบอร์ด - Mainboard (Motherboard) เนื่องจากในทาง คอมพิวเตอร์ การเปลี่ยน CPU และ Mainboard ถือเป็นการ เปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ นั้นให้กลายเป็นเครื่องอื่น หรือ เครื่องใหม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นถ้าสองสิ่งที่กล่าวมาเกิดความเสียหาย ท่านจะต้องซื้อลิขสิทธิ์ใหม่ และของเก่าก็ต้องทิ้งไป สถานเดียว

4. ถ้าหากว่ามีการ เพิ่ม / เปลี่ยน ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk), เพิ่ม / เปลี่ยน (RAM), ติดไดร์ฟ CD-ROM เพิ่มเติม แบบนี้จะสามารถทำได้ ไม่มีปัญหา ดังนั้นถ้าสองสิ่งที่กล่าวมาเกิดความเสียหาย ท่านจะต้องซื้อลิขสิทธิ์ใหม่ และของเก่าก็ต้องทิ้งไป สถานเดียว

5. แผ่นที่ขาย ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวน Bits ที่ลูกค้าเลือกเอาไว้ตั้งแต่แรกเลย จะไม่สามารถมาเปลี่ยนใจกันทีหลังได้ เช่น สุมมุติลูกค้าซื้อแผ่น OEM แบบ 32 Bits (X86) มา วันนึงเกิดลูกค้าเปลี่ยนใจ หรือ เข้าใจผิดว่าเครื่องตัวเอง สามารถใช้แบบ 32 Bits ได้อย่างเดียว แต่จริงๆ สามารถใช้แบบ 64 Bits ได้ด้วยเช่นกัน แล้วเกิดอยากจะเปลี่ยนใจมาใช้แบบ 64 Bits (X64) ก็จะไม่สามารถทำได้ ต้องซื้อใหม่สถานเดียว


ข้อดี :)

- ราคาถูกที่สุดในบรรดา รูปแบบลิขสิทธิ์ ที่อยู่ทั้งหมด !

- ความสามารถทุกอย่าง เหมือนกับ รูปแบบลิขสิทธิ์ ประเภท อื่นๆ


ข้อเสีย :(

- มีข้อจำกัดต่างๆ มากมาย ตามที่ได้กล่าวมาด้านบน

- มีความเสี่ยงสูงกว่าประเภทอื่นๆ เนื่องจาก CPU และ Mainboard ของท่าน จะต้องไม่เสียเลย ตลอดอายุการใช้งาน

- รูปแบบผลิตภัณฑ์ ไม่สวยงาม เทียบกับ แบบ Full Package Product (FPP)

- ไม่สามารถเปลี่ยนจำนวน Bits ได้ภายหลังได้ เช่น 32 -> 64 หรือ Bits 64 -> 32 Bits ซื้อแล้วซื้อเลย


3. FPP (Full Package Product) หรือ BOX (Windows 8 แบบกล่อง)

แบบสุดท้ายนี่ก็คือ แบบ FPP หรือตัวเต็มเรียกว่า Full Package Product แต่ว่าส่วนใหญ่ก็จะเรียกกันว่า BOX นั่นเอง ซึ่งฟังดูแล้วเข้าใจง่ายนั่นเอง

สำหรับแบบนี้ ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก รูปแบบลักษณะของกล่อง ก็จะมีลักษณะกล่องที่สวยงาม เปิดจากด้านข้าง ตอนที่ผู้เขียนเองซื้อมา กว่าจะหาวิธีเปิดได้ก็หลาย (วิ) นาทีอยู่ หารู้ไม่ เปิดจากข้างๆ ไม่ได้เปิดจากข้างบนหรือข้างล่างแต่อย่างใด สำหรับคุณสมบัติของ รูปแบบลิขสิทธิ์ แบบ FPP นั้นก็คงจะเหมือน ประเภทอื่นๆ แต่ว่า ซื้อมาก็เท่ากับว่า 1 กล่อง ต่อ 1 License แต่แตกต่างกับ OEM คือ สามารถย้ายเครื่องไปลงที่เครื่องอื่นได้นั่นเอง

และเวลาเปิดกล่อง หรือเปิดแพคเกจ (Package) ของมันออกมาแล้ว ภายในจะมีแผ่น CD อยู่ 2 แผ่น ให้ลูกค้าเลือกลง แผ่นนึงสำหรับ คอมพิวเตอร์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบ 32 Bits (X86) และอีกแผ่น สำหรับ เครื่อง 64 Bits (X64) นั่นเองละครับ เรียกได้ว่า เลือกลงกันได้ตามใจชอบ


ข้อดี :)

- เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้ตามบ้าน เนื่องจาก สามารถลงที่เครื่องไหนก็ได้

- หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด

- สามารถ เปลี่ยน ระบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ที่สนับสนุน (จำนวน Bits) จาก 32 -> 64 หรือ 64 -> 32 ได้ เนื่องจากภายในกล่อง มีให้มา 2 แผ่น หรือสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จากบนเว็บไซต์


ข้อเสีย :(

- ราคาจะสูงกว่าแบบ OEM อยู่พอควร แต่ลูกค้ามั่นใจ และอุ่นใจ เพราะมีกล่องอยู่กับตัว


บทสรุป :

หลังจากที่อ่านกันมายืดยาว ผู้เขียนเองก็ไม่สามารถแนะนำได้ว่า ท่านผู้อ่านควรจะเลือกหรือใช้รูปแบบลิขสิทธิ์ (License) แบบใด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ จุดประสงค์การใช้งาน รวมไปถึงงบประมาณที่ทางลูกค้า (ผู้อ่าน) มีด้วยละครับ และสุดท้าย ขอบอกว่า ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์กันดีกว่าครับ สบายใจ เรื่องความปลอดภัย มีการช่วยเหลือหรือ Technical Support ที่ดีเวลาเกิดปัญหา ^^)
 


บทความโดย : ธรรณพ สมประสงค์ (นิ้งโย๊ว)
 
Twitter : @thanop
 
สนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติม : ยุทธนา หิรัญทราภรณ์
 
Twitter : @linexp

23 ส.ค. 2555

ความรู้เรื่อง iCloud



iCloud

วันนี้ที่ผมได้ไปนั่งฟังมา ผมชอบตัวนี้มากครับ iCloud

 iCloud คืออะไร ใ้ช้งานอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง



ก่อนอื่นเลยมาพูดถึงระบบกันก่อน เราเอาตัว i ออกก่อนเลยเหลือแต่คำว่า Cloud แล้วความหมายของ Cloud ก็คือเมฆหรือกลุ่มเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า และคนอีกมากมายก็มองเห็นเมฆก้อนนี้ก้อนเดียวกันแต่ละคนก็อยู่กันคนละที่ และบางคนก็อยู่ห่างกันหลายกิโลเมตรก็ยังมองเห็นเมฆก้อนนี้อยู่ มาเปรียบว่าเมฆก้อนนั้นคือข้อมูลอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เสียง ไฟล์ภาพ ไฟล์วีดีโอ และอื่นๆ คนอื่นก็จะมองเห็นไฟล์นั้นได้เช่นกัน และถ้ามีหลายๆคนมองเมฆข้อมูลก้อนนี้อยู่และนำข้อมูลของตัวเองฝากใส่เมฆก้อนนีบ้างหละแน่นอนข้อมูลมันก็ต้องเยอะขึ้น จึงต้องมีการจัดสรรปันส่วนและการเข้ารหัสกันข้อมูลของหลายๆ คนจะได้ไม่ปนกัน


iCloud คืออะไร ?

   Cloud Computing หรือเรียกว่า การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ เป็นลักษณะการใช้งาน PC, Tablet, SmartPhoneโยนข้อมูลผ่านเครือข่าย internet ไปบนระบบ Cloud ซึ่งระบบ Cloud จะทำหน้าที่จัดสรรปันส่วนทรัพยากรให้กับผู้ที่ต้องการใช้งานโดยจะทำงานในรูปแบบ Web Application โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกเก็บไว้บน server ของผู้ให้บริการนั่นก็คือ Apple ส่วนคำว่า iCloud นั้นเป็นเครื่องหมายการค้าของ Apple แค่นั้นเพื่อที่จะทำให้จดได้ได้ง่ายและเป็นเอกลักษณ์นั่นเอง



 iCloud เป็นลักษณะของการทำงานของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ตผ่านผู้ให้บริการใดบริการหนึ่งอย่างApple กับผู้ใช้โดยผู้ให้บริการจะแบ่งปันทรัพยากร เช่นพื้นที่เก็บข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน โดยไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลกเราก็สามารถดึงข้อมูลออกมาใช้ได้ตลอดเวลาและก็อย่างที่บอกหากเราไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ตไว้ iCloud ก็ไม่สามารถใช้งานได้ การใช้งาน iCloud นั้นเราสามารถใช้งานผ่าน Web Appation หรือหน้าเวปผ่าน iCloud.com และใช้งานบนiProducts iPad, iPhone, iPod,iMac ต่างๆ ที่เป็น iOs 5.x ได้โดยตรง
 

เนื้อที่บน iCloud มีเท่าไร ?




  Apple iCloud.com ให้เนื้อที่บนก้อนเมฆหรือ Cloud ฟรี 5GB สำหรับผู้ที่ใช้ iProducts iOs 5.x ทุกคนเลยครับ และหากใช้ใช้เนื้อที่ 5GฺB นี้ไม่พอเพราะเก็บทั้ง Email,Music,VDO,Save Game,Photo Stream ก็สามารถ Upgrade เพิ่มได้เป็น 10GB ราคา $20/1ปี , 20GB ราคา $40/1ปี และ 50GB ราคา $100/1ปี  ทั้งนี้ ผมเห็นว่าแรกๆ คงจะใช้ได้พอไม่มีปัญหาสำหรับเนื้อที่ฟรี 5 GB แต่หลังๆ การใช้ข้อมุลคงจะเยอะขึ้นมีสิทธิ์ไม่พอ อาจได้มีควักกระเป๋าจ่ายค่า Server iCloud เป็นแน่ ^^
 
 

iCloud ใช้ทำอะไรได้บ้าง ?

   โดยเบื้องต้น Apple ได้เปิดตัวแนะนำลูกเล่นต่างๆ เช่น iTunes in the Cloud, Photo Stream, Apps, Books and Backup, Calendar, Mail, Find My Friends เป็นต้นว่าแล้วเราไปดูความสามารถต่างๆ ของแต่ละตัวกันเลยครับว่าทาง Apple เตรียมอะไรไว้ให้เราบน iCloud iOs 5 กันบ้าง : iCloud คืออะไร
 


 
  เท่านี้เราก็รู้จัก iCloud กันมากขึ้นแล้ว ทุกๆฟังก์ชั่นสามารถใช้งานได้บน iProducts ต้องทำการอัพเดท iOs 5.x และสำหรับเครื่อง Mac ต้องอัพเดท OS X Lion v10.7.2. ทำงานกับ iTunes 10.5 ขอให้สนุกกับการใช้งาน 



 Ref : Apple iCloud / Thaimacupdate

22 ส.ค. 2555

ขอบคุณสำหรับการติดตามมาโดยตลอดน่ะครับ ^__^"

Legend Of Edda กับ Sword Art Online ทำให้เว็บนี้ดังนิน๊ะ
TT^TT"...... แงะ !! ที่จริงเว็บนี้เป็นเว็บเกี่ยวกะไอที
แต่ในเมื่อมันเป็นเช่นนี้ !!
จึงขอปรับใหม่ หลังจากนนี้ เราจะมาเปลี่ยนเป็น การสอนรื่อง Cheat Engine และ การใช้งานโปรแกรมในการสร้างโปร และบอทกันดีกว่า อิๆๆ ^___^"

ขณะนี้ ยอดเข้าชมเว็บอยู่ที่ 2000 คนต่อวัน // เกินความคาดหมายไปนิดนึง
ซึ่งเราทำการเปิดเว็บมาแค่ 42 วันเท่านั้นเอง !!


ต้องขอขอบพระคุณ ทุกท่ายที่ติดตามข่าวสารต่างๆในเว็บ น่ะครับ
หลังจากนี้ เราจะเริ่มจริงจังกับมันละ
เราจะมีทีมงาน 3 คนท่านั้นนะครับ
คือ
องชายด์ : ชัดเจน
BomEz" : โจ
Oc : อ๊อค
แค่ 3 คนนี้เท่านั้นนะครับ
หากมีชื่อคนโพสอื่น แสดงว่า // "เว็บเราโดนแฮค !!""  5 5555+

21 ส.ค. 2555

IT-News :: Google ใหญ่ขึ้น!!! คุณไม่ได้ตาฝาด...

Google ใหญ่ขึ้น!!! คุณไม่ได้ตาฝาด...


เชื่อว่า ผู้ใช้กูเกิ้ล (Google) เมื่อวานนี้ อาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับหน้าโฮมเพจจนต้องอาจขยี้ตาตัวเองเป็นหนที่สองด้วยความไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น? ทำไมช่องค้นหา (Search) และปุ่มถึงใหญ่ขึ้น ฟอนต์ที่พิมพ์ในช่องค้นหาก็ใหญ่ขึ้นด้วย คุณไม่ได้ตาฝาด หรือพลาดไปขยายฟอนต์ตอนไหนแต่อย่างใด แต่"กูเกิ้ล"ใหญ่ขึ้นจริงๆ

กูเกิ้ลได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นผ่านบล็อกของทางบริษัทว่า ได้เพิ่มขนาดของช่องค้นหา (Search box) เพื่อให้บริการใช้งานง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยข้อความในบล็อกโพสต์โดย Marissa Mayer รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์เสิร์ช และประสบการ์ณของผู้ใช้ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ที่เกิดขึ้นกับโฮมเพจของบริษัท เป็นเครื่องแสดงถึงโฟกัสของบริษัททีมุ่งเน้นเรื่องของการค้นหา เธอยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า การปรับแต่งให้ขนาดความสูง และความกว้างของช่องค้นหาทำให้โฮมเพจของบริษัทใช้งานง่ายขึ้น และใช้สนุกขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แล้วคุณผู้อ่านรู้สึกอย่างนั้นบ้าง หรือเปล่าครับ? 





กูเกิ้ลยังกล่าวในอีเมล์อีกด้วยว่า ช่องค้นหาใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 2 เท่าของเดิม นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้ทำให้ปุ่มค้นดูเหมือนกันมากยิ่งขึ้น เมื่อเปิดเว็บกูเกิ้ลบนระบบปฏิบัติการ หรือบราวเซอร์ที่แตกต่างกัน (multi-platform single experience) แต่ถึงแม้จะมีการปรับขนาดของช่องค้นใหญ่ขึ้น แต่จำนวนตัวอักษรที่อนุญาตให้พิมพ์เข้าไป เพื่อใช้ในการค้นแต่ละครั้งยังคงให้เป็น 2,048 ตัวอักษรเท่าเดิม




* Marissa Mayer วิศวกรหญิงคนแรกของกูเกิ้ล เธอเป็นเจ้าของไอเดียในการใส่ข้อความแสดงลิขสิทธิ์ (Copyright) ใต้ช่องค้นหา เพื่อทำให้ผู้ใช้ทราบได้ทันทีว่า หน้าเว็บของกูเกิ้ลจบแล้ว ไม้ต้องรอโหลด หรือกด Page Down เก้อแต่อย่างใด การเปลียนแปลงหน้าเว็บครังนี้ จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เธอยังยืนยันในไอเดียที่เรียบง่าย โฟกัสชัดเจน ตรงเป้า เข้าประเด็นแบบ Simply the best (กองบรรณาธิการ www.arip.co.th)

ไอ๊ย๋า า า :: แฟลชไดรฟ์ 32GB "เล็กจิ๋ว-กันน้ำ"


เพื่อนๆรู้จัก Pico Drive "แฟลชไดรฟ์จิ๋ว"ที่สามารถกันน้ำไหมครับ ไม่เคยอะดิ๊ งั้นมาดูกันครับ !!
แฟลชไดรฟ์รุ่นนี้มีความจุสูง โดยรุ่นแรกที่ออกมาจะมีความจุ 8GB ตามมาติดๆ ด้วยรุ่น 16GB ล่าสุดทางบริษัทได้ออกรุ่นความจุ 32GB ในขณะที่ขนาดของมันยังคงเท่าเดิม

Pico Drive 32GB แฟลชไดรฟ์ยูเอสบีขนาดเล็กที่สุดในโลกที่มีความจุสูงขนาดนี้ โดยมีความยาวแค่ 31.3 มม. กว้าง 12.4 มม. และหนา 3.4 มม. เท่านั้น ซึ่งเมื่อเสียบเข้ากับพอร์ตยูเอสบี ส่วนที่ยื่นออกมาแค่ 1.5 ซม. เท่านั้น ตัวถังเคลือบด้วยเงิน (กันไฟฟ้าสถิตย์ หรือกระแสไฟฟ้าเล็กๆ ที่อาจะส่งผลอันตรายกับข้อมูลที่บันทึกอยู่ภายใน) และเช่นเคยที่มันยังคงสามารถกันน้ำได้


แฟลชไดรฟ์ 32GB
แฟลชไดรฟ์ 32GB "เล็กจิ๋ว-กันน้ำ"


คลิปข้างล่างนี้เป็นการพิสูจน์คุณสมบัติกันน้ำของแฟลชไดรฟ์รุ่น 8GB เสนอราคาของ Pico Drive 32GB อยู่ที่ 139.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 5,000 บาท


+[Click...เชิญชมวิดิโอสาธิตการใช้งาน]+




9 ส.ค. 2555

IT News :: Google Search สามารถสั่งค้นหาด้วยเสียงได้แล้ว ทั้ง iOS, Android

2012-08-09_172251
2012-08-09_172350
Google ประกาศฟีเจอร์ใหม่ของแอพฯ Google บน iOS, Android และบน PC ผ่านบราวเซอร์ www.google.com นั่นคือฟีเจอร์ในการค้นหาด้วยเสียง ดูเผินๆ คล้ายการทำงานของ SIRI เลยละครับ
โดยนอกจากการพิมพ์เพื่อค้นหาข้อมูล เราสามารถแตะไมค์เพื่อสั่งค้นหา จากนั้นแอพฯ Google จะทำการค้นหาและอ่านคำตอบให้เราฟังทันที โดยการทำงานจะมีการถอดความหมายของประโยคได้อย่างชาญฉลาด ไม่ใช่การพูดเพื่อพิมพ์คีย์เวิร์ดอย่างทื่อๆ สามารถถามสภาพอากาศ ชื่อเพลง ฯลฯ 
ลองดูวิดีสาธิตจาก Google ดูครับว่าเจ๋งขนาดไหน
 
 
ที่มา : http://www.google.com/insidesearch/features/voicesearch/index-chrome.html
 

8 ส.ค. 2555

IT Update :: Top 10 Free Antivirus Download อันดับที่มีการโหลดมากที่สุด

Top 10 Free Antivirus Download

เดี่ยวว่างๆๆ IT-Noip จะเอามาให้โหลดกันน๊ะจ๊ะ ^___^

อัพเดทใหม่ล่าสุด June 2010


ใครกำลังมองหาฟรีโปรแกรมแอนตี้ไวรัส เชิญทางนี้ ! เพื่อให้ง่ายในการเลือกใช้โปรแกรมฟรี สำหรับการตรวจสอบ กำจัดไวรัส เรามีข้อมูลจากเว็บไซต์ Download.com ซึ่งเป็นของในนามบริษัท CBS Interactive Inc. หรือที่เรารู้จักกันในนาม cnet ข้อมูลนี้เราคัดเฉพาะเป็นฟรีโปรแกรมกำจัดไวรัส เท่านั้น ไม่รวมถึง ไฟล์ที่ใช้สำหรับการ update โปรแกรม anti-virus น่ะครับ



Top 10 Download Free Antivirus 

  1. AVG Antivirus Free Edition - อันดับหนึ่งมานานมาก !!
  2. Avast Home Edition - ตัวนี้ก็ลองใช้แล้ว น่าสนใจมากแค่ register ง่ายๆก็สามารถใช้งานได้ฟรี 1 ปี
  3. Avira AntiVir Personal Free Edition - ดี แต่มี pop up โฆษณา ขนาดใหญ่
  4. Panda Cloud Antivirus Free - น้องใหม่มาแรงสุดๆ
  5. PC Tools AntiVirus Free Edition - ใช้ได้ดีพอสมควร
  6. Microsoft Security Essentials - จากค่ายยักษ์ใหญ่ ไมโครซอร์ฟ
  7. A-squared Free
  8. ThreatFire AntiVirus Free Edition
  9. Avast Antivirus Cleaner Tool
  10. Multi Virus Cleaner 2008
ที่ว่า download มากๆ นั้นหมายถึง อยู่ในระดับ 100 ล้านครั้งเลยทีเดียว อย่างนี้ สำหรับคนชอบใช้ของฟรี คงช่วยได้มากเลย ใช่ไหมครับ

คำแนะนำเพิ่มเติมในการเลือกใช้ Free Antivirus

  1. ความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้จากจำนวนที่มีผู้ download
  2. ความรวดเร็วในการอัพเดท เนื่องจากไวรัสมีการอัปเดทตลอดเวลาเช่นกัน ดังนั้น โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ดีก็ควรอัพเดทอย่างสม่ำเสมอด้วย อย่างน้อย 1-2 วันครั้ง และน้อยที่สุดควรอัพเดทสัปดาห์ละครั้ง
  3. เลือกที่เป็น Freeware ไม่ใช่ Shareware เพราะ Freeware สามารถใช้งานได้ฟรี ไม่มีกำหนด
  4. โปรแกรมที่ดี ควรสามารถอัพเดทโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ๆ ได้อัตโนมัติ
  5. โปรแกรมที่ดี ควรสามารถสั่ง Scan แบบอัตโนมัติ หรือตั้งเวลา Scan ได้ด้วย
  6. และที่เป็นพื้นฐานที่ต้องมี ต้องสามารถ Scan และกำจัดไวรัสตัวใหม่ๆ ได้ด้วย

IT Update :: ใหม่ Microsoft Security Essentials ฟรีแอนตี้ไวรัส

ใหม่ Microsoft Security Essentials ฟรีแอนตี้ไวรัส

เปิดตัวใหม่โปรแกรมแอนตี้ไวรัส สปายแวร์จาก Microsoft

Microsoft Security Essentials Iconเปิดให้บริการแล้ว กับฟรีโปรแกรมแอนตี้ไวรัส สปายแวร์จาก จาก Microsoft ในนาม "Microsoft Security Essentials" (MSE) ความสามารถหลักของโปรแกรมก็หนีไม่พ้นสามารถตรวจสอบและกำจัดไวรัส และสปายแวร์ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการตรวจสอบพิรุธของไวรัส ในความพยามยามที่จะเปลี่ยนหรือแก้ไขระบบสิทธิ์และความพยายามที่จะขโมยข้อมูลต่างๆ ภายในคอมพิวเตอร์
?

Microsoft Security Essentials รองรับการทำงาน

  • Windows XP, Vista และ Windows 7
  • CPU 500 MHz ขึ้นไป
  • RAM 1 GB ขึ้นไป
  • การ์ดจอ VGA 800 x 600 ขึ้นไป
  • Harddisk 140 MB
  • Browser Internet Explorer 6.0 ขึ้นไป หรือ FireFox 2.0 ขึ้นไป

ข้อควรทราบก่อน download Microsoft Security Essentials

  • การติดตั้ง มีการตรวจสอบ Windows ของเราว่าถูกต้องหรือไม่ Windows Genuine ถ้าไม่ผ่านจะไม่สามารถติดตั้งได้
  • สนใจ download Microsoft Security Essentials ขนาดไฟล์ 8.61 MB

Manual download Updated ของ Microsoft Security Essentials

ใช้กรณีที่เรามีการติดตั้งโปรแกรม Microsoft Security Essentials แล้ว และต้องการอัปเดทโปรแกรมและเครื่องมือในการตรวจสอบไวรัสให้ทันสมัย เท่านั้น
นอกจากนี้แหล่งข่าวแจ้งว่าโปรแกรม Microsoft Security Essentials นีจะมาแทนที่ Microsoft Live OneCare (ฟรีบริการออนไลน์) ก็คงดูกันต่อไปว่า Microsoft จะเลิกให้บริการนี้เมื่อไหร่ แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสติดตั้งอยู่ แนะนำให้ใช้โปรแกรมตัวนี้ดูครับ อย่างน้อยก็เป็นของฟรีจาก Microsoft ที่เชื่อถือได้แน่นอน..?


Tags

กราฟฟิกส์การ์ด (2) เกมเมอร์ (2) ขายสินค้า (2) ข่าวเกมส์ (2) ข่าวทั่วไป (2) ข่าวอัพเดท (1) ข่าว IT (16) ซัมซุง (1) ดาวน์โหลด (1) ดาวน์โหลด Discuz thai 7.2 full utf8 (1) ตอนที่ 6 (1) นิยาย (6) บทสรุปเกมส์ (3) ประกาศ (8) เรียนรู้ C++ (3) ออฟฟิศ 2013 office 2013 วินโดวส์ เอ็กซ์พี วินโดวส์ วิสต้า windows xp windows vista ข่าวไอที airp (1) animation (1) antivirus (10) ASUS (1) autorun (1) Bot (3) C (2) cartoon (15) cartoonclub (1) cloud ใช้ยังไง (1) DirectCU II TOP (1) dota (1) download (1) Dual-GPU (1) E-Book ศัพท์คอมพิวเตอร์ mp4 (1) edda online (14) e-learnning (3) e-learnning ห้องเรียนรู้ C++ (1) event (2) Flash Drive (3) flowchart (1) football (2) Freeware (11) Galaxy Beam (1) Game (31) game online (2) Game Update (15) gangcartoon (1) Glory Destiny Online (1) GTX 670 (1) GTX 690 (1) guild (1) hack (2) html (2) icloud คือ (1) i cloud คืออะไร (1) icloud ใช้ยังไง (1) IT News (16) IT-Update (14) javascript alert (1) learnning (1) legend of edda (9) Mass Effect 2 (1) Mobile Update (2) Movie Zone (9) Music Tags สบายดีไหม License Standard YouTube License (1) Music Zone (4) notice (3) online (6) photo (1) photoshop (1) Poem (6) Pro (5) Programe (18) Prototype - Razor1911 - FULL (1) review (1) sale (2) Samsung (1) security (1) shareware (1) soa (9) Source Php board (1) storyboard (1) sword art online (31) TERA Korea Official Site และ MMOCulture (1) TV (11) VRZO (1) web (1) Webroot Antivirus (1) webtools (1) windows (2) WinScan2PDF (โปรแกรม พิมพ์เอกสารเป็น PDF ได้อย่างรวดเร็ว แบบพกพา) (1)