แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทสรุปเกมส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทสรุปเกมส์ แสดงบทความทั้งหมด

27 ส.ค. 2555

Mass Effect 2 บทสรุปมหากาฬสงครามไซไฟแห่งปี [Pc,Xbox360,Ps3]


Mass Effect 2 

-==บทสรุปมหากาฬสงครามไซไฟแห่งปี==-

หมายเหตุ : เครดิตอยู่บทแรกครับ อ้างอิงตาม X-Box 360 (บทสรุปนี้มีหลักการเล่นผมอยู่ด้วยครับ ในช่วงบทสุดท้าย)

 

*****************************************************



Mass Effect 2

BY - Decibel per - oxide 

กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ ยาน SSV Normandy โดนยานลึกลับโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก John Shepard ผู้บังคับการหน่วยรบในยานได้ทำการพาผู้รอดชีวิตอพยพหนีออกจากยานให้หมด บังคับ Shepard ไปตามทางจนถึงห้องคนขับด้านบนเพื่อช่วยเหลือ joker คนขับยานแต่ในขณะที่ทุกคนหนีออกมาได้หมดแล้วยานกลับระเบิดก่อนที่ Shepard จะหนีออกมาทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปนอกอวกาศและขาดอากาศหายใจในที่สุด.. 
…….. 2 ปี ต่อมา ……………………………. 
Lazarrus Research Station 
ปี 2728 องค์กร Ceberus ได้นำเอา DNA ที่เหลืออยู่ของ Shepard ใช้เทคโนโลยี Lazarus Project เพื่อสร้าง Shepard ให้คืนชีพขึ้นมาใหม่อีกครั้ง 


Name : John Shepard 
Origin : Earthborn 
Reputation : Sole Survivor /War Hero
Class: Soldier 


เมื่อสร้างตัวละครจนเสร็จแล้ว ศัตรูได้โจมตีเข้ามาในยาน เมื่อตื่นขึ้นมาจากเสียงเรียกของ Miranda Lawson แล้วเก็บปืนในตู้ล็อคเกอร์แล้วเก็บกระสุนด้านนอกเรียนรู้การยิงแล้วออกไปนอกห้องตามทางจัดการศัตรูที่เข้ามาจนถึงระเบียงด้านบนเก็บปืน Granade Launcher กด LB เพื่อเลือกส่วมใส่แล้วยิงศัตรูที่ออกมาชั้นล่างแล้วลงลิฟท์ไปชั้นล่าง กดแกนอนาล็อคช๊ายไปข้างหน้าพร้อมกัน X ค้างเพื่อวิ่งผ่านไฟที่พุ่งออกมาเข้าไปด้านใน เข้าในห้องแล้วสำรวจแท่นข้อมูลที่พนังเพื่อเริ่มต่อวงจรใหม่โดยการสำรวจจุดน้ำเงินที่เหมือนกันให้เชื่อมต่อกันให้หมด แล้วสำรวจคอมให้หมดทุกตัว ออกนอกห้องไปตามทางต่อชั้นบนจะพบ Jacob Tylor หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยกำลังยิงกับศัตรูอยู่เข้าจะร่วมทีมด้วยช่วยกันยิงศัตรูให้หมดโดยการกด RB สั่งให้ Jacob ใช้ความสามารถของเขาแล้วเข้าด้านในต่อ ขึ้นไปขนถึงชั้นบนจะพบ Wisson กำลังบาดเจ็บเดินไปเก็บไอเทมเติมพลังที่แท่นแล้วมากด RB ใช้กับเขาแล้ว Wisson จะร่วมสู้ด้วยจัดการศัตรูให้หมดโดยการกด RB สั่งให้ Wisson ใช้ความสามารถของเขาด้วย แล้วลุยเข้าด้านในต่อจนถึงห้องด้านในจะพบแฟนข้อมูลข้างศพจัดการ Hack มาด้วยการมองตัวอักษรข้อมูลที่กรอบด้านบนแล้วเลือกข้อความที่เลื่อนขึ้นมาที่เหมือนกันไปเรื่อยๆก็จะ Hack ได้แล้วต่อวงจรที่พนังด้วย จากนั้นย้อนกลับมาเข้าประตูทางขวาเพื่อเข้าไปที่ทางออกยานหนีภัย Miranda จะออกมายิง Wisson ตายแล้วบอกว่ามันเป็นใส้ศึกก่อนที่ทั้ง 3 จะขึ้นยานลำเลียงไปที่โคโลนี่ 

เข้ามาในโคโลนี่ของ องค์กร Ceberus เข้าไปด้านในลิฟท์ใหญ่ขึ้นไปด้านบนจะพบกับ Illusive man ผู้นำของ องค์กร Ceberus ถึงเขาจะดูไม่ได้ดีในแง่มุมของทหารอย่าง Shepard ซึ่งยังไงซะใน Shepard ก็ได้ตายไปแล้วในทางโลกซึ่งไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม ถ้าเป็นคุณๆจะไม่รู้สึกรู้สาสำนึกบุญคุณกับคนที่ชุบชีวิตตคุณจากความตายบ้างเลยหรือ ?? ถึงแม้ Shepard จะสอบถามถึงเหตุผลของการที่องค์กรได้ชุบชีวิตเขาขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจาก Illusive man แต่เขาก็ยังใช้ให้ Shepard ไปทำงานที่เขาต้องการให้ทำเหมือนเป็นทหารประจำตัวเขาไปซะแล้ว เมื่อรับงานแล้วกลับลงมาด้านล่างกดเมนู Squad เพื่ออัพสเตตัสจากพ็อยซ์ที่ได้มาแล้วมาคุยกับ Jacob และ Miranda เพื่อออกเดินทางไปทำงานที่ถูกสั่งมาเดินเข้าไปที่ประตูเลือกคำสั่งล่างสุดเพื่อออกเดินทางมุ่งสู่ Freedom Progress 

  
[ ได้ Jacob Tylor กับ Miranda Lawson ร่วมทีม ]

Freedom Progress 
เดินทางเข้ามาในโคโลนี่ร้างที่สงสัญญาณขอความช่วยเหลอไปแต่ดูสถาณที่แล้วไม่มีร่องรอยการค่อสู้ เข้ามาจนถึงด้านในจะพบศัตรูเริ่มออกมาโจมตีเข้าห้องด้านในจะพบกลุ่มของ Tali’ Zorah ซึ่งก็กำลังเข้ามาหาสาเหตุที่นี่เหมือนกันทั้ง 2 กลุ่มจึงแยกกันเข้าไปหาผู้รอดชีวิตด้านใน เมื่อเข้ามาถึงประตูใหญ่เรียนรู้การสั่งการเพื่อนร่วมทีมให้ประจำตำเหน่งโดยการกด ซ้ายและขวา แล้วตัวเองเข้าไปกำบังตรงแท่นตรงกลางศัตรูจะเริ่มเปิดประตูออกมาจะพบว่าหุนยนต์กำลังโจมตีพวกของ Tali’ Zorah จัดการหุ่นยนต์และพวกศัตรูให้หมดเข้ามาด้านในจะพบ Vector ที่ยังอยู่ในห้องควบคุมโดยไม่ยอมหนี กด LT เพื่อดูดข้อมูลมาให้หมดแล้วพวก Tali’ Zorah จะเข้ามาและขอตัวของ Vector ไปสอบสวนเมื่อทาง Shepard ยอมมอบตัวให้ฝ่ายของ Tali’ Zorah จึงขอบคุณและจากไป เมื่อจบ Mission แล้วกลับไปคุยกับ Illusive man เขาจะมอบงานใหม่มาให้อีกและเขายังมอบยาน SR2 Normandy ที่ถูกอัพเกรดขึ้นมาให้พร้อมทั้ง Joker คนขับยานเพื่อนเก่าของ Shepard ที่กลับมาร่วมงานด้วย เมื่อได้ยานแล้วก็ออกเดินทางมุ่งสู่ห้วงอวกาศได้เลย 

Omega Nebula 
ยาน SR2 Normandy 
เมื่อเข้ามาในยานแล้วจะถูกแนะนำโดย EDI คอมพิวเตอร์ AI ประจำยานจากนั้นก็สำรวจให้ทั่วๆทั้งยาน ทักทายลูกเรือทุกๆคน [โดยในภาคแรกนั้นระยะเวลาในการขึ้นลิฟท์ไปชั้นต่างๆนั้นถ้าจับเวลาแล้วนานกว่าขึ้นลิฟท์จริงๆซซะอีกครับ ] 

Dock 1 - เป็นห้องพักของกัปตัน 
Dock 2 - ห้องควบคุมหลักของยาน 
Dock 3 - ห้องพักลูกเรือของยาน 
Dock 4 - ห้องเครื่องและเก็บสินค้า 


เมื่อสำรวจทำความคุ้นเคยกับยานพอแล้วก็ขึ้นไป Dock 2 เข้าไปที่แผนที่การเดินเรือแล้วเลือกมุ่งหน้าไปที่ Omega 
Omega 
เมื่อเข้ามาที่โคโลนี่ Omega แล้วสำรวจให้ทั่วจะพบว่าที่นี่เป็นศูยน์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่เลยทีเดียว กดแกนอนาล็อคทางขวาเพื่อดูแผนที่หรือเป็นการชี้เป้าหมายในพื้นที่ที่ไม่มีแผนที่ เดินผ่านเข้าไปด้านในจนถึงบาร์ขนาดใหญ่เดินเข้าไปที่ชั้นบนคุยกับ Aria T’loak ซึ่งเธอควบคุมที่นี่อยู่เมื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้อง ที่นี่พยายามเดินสำรวจให้ทั้วๆเพราะมันใหญแต่จะมีไอเทมดีๆขายอยู่ค่อนข้างเยอะด้วย แล้วค่อยเดินทางเข้าไปจนถึงจุดทางขวาล่างของแผนที่จะเป็นประตูลงศุ่ชั้นใต้ดินซึ่งจะมียามป้องกันอยู่เข้าไปคุยเพื่อรับความช่วยเหลือเกี่ยวกับเหตุเชื้อไวรัสรั่วไหลภายในชั้นล่างที่เป้นส่วนวิจัยทางการแพทย์ เมื่อตอบรับความช่วยเหลือแล้วจะสามารถลงไปชั้นล่างได้ ลงไปตามทางชั้นล่างเรื่อยๆจัดการศัตรูที่เริ่มออกมาตามทางเข้าไปช่วยพวกหมอและรอบครัวตามห้องต่างๆให้หมดแล้วลงไปชั้นล่างสุดจะเป้นส่วนของคลีนิคเข้าไปพบ Professor Mordin Solus คุยกับเขาแล้วเขาจะให้ลงไปที่ชั้นล่างต่อ เมื่อผ่านประตูชั้นล่างมาจะเป็นเขตที่เชื้อไวรัสฝุ้งกระจายอยู่เต็มไปหมด ลุยพวกศัตรูจนลงมาถึงเขต C Control จะพบเจ้า Blood Pack Boom จัดการมันซะแล้วเข้าไปสำรวจพัดลมดูดอากาศตัวแรกเพื่อเปิดก่รทำงานให้มันดูดเชื้อไวรัสออกไปจากพื้นที่ จัดการศัตรูที่ออกมาก่อกวนให้หมดแล้วเข้าไปจัดการเปิดการทำงานพัดลมดูดอากาศให้ครบทั้ง 3 ที่ไวรัสทั้งหมดในพื้นที่นี้ก็จะโดนกำจัดจนหมด กลับไปหา Professor Mordin Solus คุยกับเขาเพื่อพสเขากลับมาร่วมงานที่ยานด้วย 

[ได้ Professor Mordin Solus เข้าร่วมทีม]


เมื่อกลับมาที่ ยาน SR2 Normandy แล้วลองเข้าไปคุยกับ Jacob ในห้องพัฒนาอาวุธ , Professor Mordin Solus ในห้อง Tech Lab และ Miranda ที่ห้องใน Dock ของลูกเรือพวกเขาจะสามารถพัฒนาอาวุธใหม่ออกมาได้ โดยการคุยกับเขาจนมีข้อความ Upgrade ออกมา ซึ่งการจะมีอาวุธใหม่ๆออกมาได้นั้นต้องออกไปที่ฉากแผนที่แล้วนำยานไปที่ดาวเป้าหมายในแผนที่แล้วกด Y เพื่อทำการ Search ห่วัตถุดิบในผิวดาวนั้นโดยการกด LT ค้นหาแล้วเมื่อมีการสั่นที่จอยก็กด RT เพื่อยิงตัวเก็บข้อมูลลงไป เมื่อได้ข้อมูลวัตถุดิบพอเพียงแล้วก็จะสามารถพัฒนาสิ่งต่างๆเพิ่มขึ้นได้ จากนั้นเข้าไปที่แผนที่การเดินเรือสังเกตุดูจะมีจุดสีนำเงินในแผนที่ซึ่งนั้นเป็นจุดวาร์ปข้ามทางฃ้างเผือกแต่ฝรั่งจะเรียกว่า The Milky Way วาร์ปจาก Omega Nebula มาที่ Hourglass Nebula แล้วเลือกเดินทางมาที่โคโลนี่สถาณกักกัน Prison Ship Purgatory 

Prison Ship Purgatory 
เข้ามาที่คุกจะพบกับ Warden พัสดีที่ควบคุมที่นี่ ขณะที่เดินเข้ามาในคุกด้านในจะพบการทารุณกรรมนักโทษมากมายรวมถึงมีการซื้อขายทั้งโทษอีกด้วยเมื่อเข้าด้านในจนถึงที่พวกมันต้องการให้เราปลดอวุธทั้งหมดให้มันเพื่อเข้าส่วนในต่อ แต่ความรู้สึกของผมต่อ Warden และ สถาณที่นี่นั้นไม่มีความน่าไว้วางใจผมจึงไม่ยอมมอบอาวุธให้พวกมัน พวกผู้คุมคุกทั้งหมดจะเข้าโจมตีทันที รุยเข้าไปด้านในจนถึงห้องควบคุมตัวของ Subject Zero JACK นักโทษหญิงที่สุดร้ายกาจที่ Shepard หมายตาเอาไว้จะเอาไปเป็นพวกด้วยได้ถือโอกาศชุลมุนหนีออกไปจนได้ จัดการศัตรูให้หมดแล้วตามเธอเข้าไปด้านในสุดจะพบ Boss Warden จัดการมันโดยทำลายเสาบาเรียที่คุมตัวมันอยู่ให้หมดก่อนแล้วค่อยจัดการกับมัน [ ซึ่งเมื่อไปดูข้อมูลหลังการฆ่ามันไปแล้ว Warden ก็สามารถนำเข้ามาร่วมทีม Squad ของเราได้ซะด้วย -*- ] เมื่อจัดการมันแล้วเข้าไปด้านใน Shepard จะกล่อมจน JACK ยอมเดินทาวร่วมไปด้วย 


[ ได้ Subject Zero JACK เข้าร่วมทีม ]

เมื่อกลับมาที่ยานแล้วก็วาร์ปจาก Hourglass Nebula ไปที่ Eagle Nebula แล้วลงจออดที่ดาว Korlus 

ดาว Korlus – Blue Suns Facility 
เข้ามาจะพบว่าดาวกลังอยู่ในภาวะสงครามเข้าไปจะพบ Wounden คุยแล้วลุยเข้าไปด้านในต่อจะพบเจ้า Tank Gromn คุยจบเขาจะข่วยเปิดทางไปต่อให้ลุยเข้าไปตามซากโรงงานที่มีศัตรูทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็โจมตีมาที่เราทั้งหมดเข้าไปจนถึงชั้นบนจะพบ Warlord ชนเผ่า Krogan ซึ่งเมื่อคุยจบแล้วเข้าไปด้านในต่อจนสุดจะพบชาว Krogan ตัวนึงโดนขังอยู่ในแค็ปซูล Shepard จึงตัดสินใจที่จะนำกลับไปที่ยานด้วยถึงแม้หลายคนจะคัดค้านเพราะ Krogan เป็นเผ่าพันธุจระเข้ที่โหดร้าย เมื่อนำกลับที่ยานแล้วลงไปที่ชั้น Dock 4 ที่ห้องเก็บของเข้าไปสำรวจแค็ปซูลเพื่อปล่อยมันออกมา มันจะพุ่งเข้าโจมตี Shepard ทันทีแต่เขาก็กล่อมจนมันยอมเป็นพวกด้วยจนได้ 


[ ได้ Krogan Grunt เข้าร่วมทีม ]

จากนั้นวาร์ปที่จุดวาร์ปสีฟ้าในแผนที่ไปที่ Serpent Nebula แล้วลงจอดที่ดาว Citadel 

ดาว Citadel – Zakera Ward 
ดาวดวงนี้ถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งขาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยร้านขายของมากมาย คุยกับยามเฝ้าประตูและฝ่ายรักษาความปลอดภัยแล้วเข้าไปด้านในสำรวจให้ทั่วๆทุกโซน จะมีของดีๆขายเยอะ สิ่งที่ต้องทำที่นี่ก็แค่เข้าไปคุยกับ Captain Anderson ที่ Presidum เท่านั้น โดยนั่งรถขนส่งที่อยู่ในพื้นที่ไป (จุดแดงๆที่ใช้วาร์ปกลับยานเรานั่นแหละ} ส่วนจากนั้นก็ไล่ทำ Quest ย่อยที่มีอยู่ที่นี่ให้หมดเท่านั้น 
Quest ย่อยที่นี่ก็จะมี 
- ช่วยผู้หญิงที่โดนยามและนักท่องเที่ยวคนนึงปรักปรำว่าเอาเครดิตการ์ดไป ทั้ง 3 คนจะยืนอยู่ในโซน Level 26 คุยหาข้อมูลให้หมดแล้วค่อยไปตามร้านค้าต่างๆก็จะมีข้อความในการคุยเเกี่ยวกับเครดิตการ์ดเพิ่มขึ้นมา คุยทุกร้านจนเจอเครดิตการ์ดที่หายแล้วนำไปให้ที่จุดที่ทั้ง 3 คนอยู่ก็จะสามารถทำให้หญิงสาวพอใจได้ 
- Quest ตามหา Fish โดยไปคุยกับชายในบาร์ Dark Star แล้วไปคุยกับชาวต่างดาว 2 คนที่ยืนอยู่ที่โซน Level 27 ส่วนกลาง 
- ซื้ออาหารในร้านต่างๆกลับไปให้หมอที่ยานที่เธอฝากซื้อเอาไว้ (แวะไปคุยกับเธอในคลีนิคในยานก่อนหน้าด้วย)แล้วทั้งคู่ก็เมากันยาวไปเลย 
เมื่อทำทุกอย่างจนพอใจแล้วก็กลับยานรับเมล Quest ใหม่ มาแล้ววาร์ปกลับมาที่ โคโลนี่ Omega อีกครั้ง 

Omega – Archangel Base 
เมื่อเข้ามาแล้วจะพบคนของ Blue Suns ที่ขับรถมารอรับทางซ้ายของทางเข้าเขาจะขับมาส่งที่ด้านในฐานของ Archangel เข้าไปด้านในจะพบว่ามีการต่อสู้กันอยู่เข้าไปคุยกับทีม Blue Suns ในห้องวางแผนแล้วออกมาคุยกับจ่า Cathka พวกเราจะร่วมทีมเข้าไปสู่การสู้รบด้านในทันที เข้าไปตามทางจนถึงชั้นลอยจะพบ Archangel Garrus เพื่อนเก่าของ Shepard คุยจบแลเวศัตรูจะบุกเข้ามาทางประตูที่ชั้นล่างช่วยกันจัดการพวกมันให้หมดแล้วคุยกับ Garrus แล้วลุยลงไปชั้นล่างต่อ ที่ต้องทำคือเข้าไปที่ประตูทางเชื่อมที่ศัตรูมันบุกเข้ามาแล้วจัดการยิงมันให้หมดก่อนแล้วค่อยปิดสวิตซ์หน้าประตู จัดการปิดประตูให้หมดทั้ง 3 จุด จากนั้นกลับมาชั้นบจัดการศัตรูชุดใหม่ที่ออกมาพร้อมกับเครื่องบินรบที่มาไล่ยิงตรงหน้าต่าง เมื่อทำลายเครื่องบินรบลงได้แต่ Garrus ก็จะได้รับบาดเจ็บ Shepard จึงต้องพาเขากลับมารักษาตัวที่ยาน เมื่อ Garrus ฟื้นแล้วเขาจะเข้าร่วมทีมด้วยอีกคน 


[ ได้ Archangel Garrus เข้าร่วมทีม ]

เมื่อกลับเข้ามาในยานแล้วเข้าไปในห้องประขุมใน Dock 3 แล้วคุยกับ Illusive man ที่ติดต่อเรื่องงานด่วนมาโดยให้ไปจัดการช่วยเหลือดาว Horizon จากพวกThe Collectors เมื่อคุยจบแล้วทั้งหมดจะออกเดินทางเข้าสู่การรบทันที 

ดาว Horizon 
เมื่อเข้ามาแล้วจะพบว่าที่ย่อยยับไปด้วยฝีมอของพวกแมลงชั่ว Collectors ลุยเข้าไปด้านในจนถึงลานกว้างที่มีพวกแมลงเข้ามามากมายจัดการมันให้หมดแล้วปลดล็อคประตูเข้าไปด้านในจะพบช่างอยู่ที่นี่คุยแล้วออกประตูอีกฝั่งไปจัดการพวกแมงลที่ลานกว้างให้หมดแล้วเข้าไปที่แท่นส่งสัญญาณทำการปลดล็อคแล้ว Shepard จะสั่งให้ยาน SR2 Normandy ยิงทำลายหอคอยของพวก The Collectors ในระหว่างที่รอยานมาโจมตี พวกแมลงจะลุยเข้ามามากมายหลายชุดจัดการมันให้หมดแล้วหุ่นยนต์แมลงจะออกมาจัดการมันซะ แต่พวก The Collectors ก็จะหนีไปได้อยู่ดี 

*****************************************************

Chapter 2 ช่วงที่สอง

*****************************************************

ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่สามารถหา Quest ย่อยทำได้ ซึ่งเวลามี Quest ไหนเพิ่มเข้ามาต้องสำรวจที่คอมใกล้จุดแผนที่การเดินเรือ กลับเข้ามาที่ยานแล้วคุยกับเพื่อนๆทุกคนในทีม จะเห็นว่ามีคำถามที่เพิ่มขึ้นมาซึ่งพวกเขาจะขอความช่วยเหลือในเรื่องๆที่ Shepard เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะทำให้ก่อนที่จะเข้าทีม และสามารถ Search หาคลื่นเสียงตามดาวต่างๆบางที่ได้ ซึ่งตอนแรกนี้จะมี Quest ของ Jacob , Miranda , Mordin และ Jack เท่านั้น 

Quest ย่อย ที่ Fosetta Nubula ในดาว Joab ลองกด LT Search หาดูจะพบคลื่นเสียงขึ้นมาลองหาดูจนกว่าเสียงจะชัดที่สุดแล้วกด RT ยิงสัญญาณลงไปก็จะสามารถลงไปในดาวนี้ได้ เข้ามาแล้วเข้าไปด้านในจัดการศัตรูเข้าไปขนถึงด้านในสุดซึ่งไม่ค่อยจะยาวนักจะพบแท่นบักทึกข้อมูลเมื่อสำรวจดูจะมีข้อมูลเกี่ยวกับพวก The Collectors พุ่งเข้าไปในหัวสมองของ Shepard ทันที 

Quest ของ Jacob – ไปที่ Rosetta Nebula แล้วเดินทางข้ามกาแล็กซี่ไปที่ Alpha Draconic อีกต่อนึงแล้วลงจอดที่ดาว 2175 Aria ซึ่งจะต้องทำการ Search หาคลื่นเสียงก่อนจนพบจุดที่ส่งสัญญาณมาแล้วจึงจะลงจอดได้ เข้ามาที่ด้านในจะพบกลุ่มพวกมนุษย์ผู้หญิงกำลังโดนทำร้าย เดินลุยศัตรูผ่านซากยานขึ้นไปบนเนินด้านบนสุดจะพบ Tylor เมื่อ Jacob คุยจบก็จะหมดเรื่องแล้วทั้งหมดก็เดินทางกลับขึ้นยาน 

Quest ของ JACK – วาร์ปไปที่ Nucian Expianse Nubula เข้าไปที่ดาว Dragia โดยบังคับให้ JACK เข้าร่วมทีมไปด้วย เข้ามาจะเป็นดาวที่ปกคลุมไปด้วยป่าฝนเข้าไปในห้องทดลองลับกลางป่าที่ JACK เคยโดนจับมาทดลองที่นี่ลุยเข้าไปตามทางด้านในจะพบพวกของ Warlord อยู่ที่นี่จัดการพวกมันซะแล้วเข้าไปด้านในต่อจนถึงห้องของ JACK จะเจอนักวิจัยหนึ่งในคนที่ร่วมทดลองในครั้งนั้นอยู่ โดย JACK พยายามจะล้างแค้น คุณครวจะห้ามหรือไม่สุดแล้วแต่คุณ เมื่อสำรวจจนทั่วแล้วทั้งคู่จะวางระเบิดที่ห้องทองลองแห่งนี้แล้วก็หนีออกมา 

Quest ของ Mordin – ไปที่ Krogen DNZ Nubula ที่ดาว Tuchanka เข้ามาจะพบว่ามีแตกซากปรักหักพังซึ่งเป็นรังของพวก Krogen เข้ามาด้านในแล้วคุยกับพวก Krogen ที่นั่งในโต๊ะคอมกลางลานเขาจะให้นั่งรถเข้ามาด้านในก็จะเริ่มเควสของ Mordin ลุยพวกศัตรูเข้ามาด้านในจนถึงห้องทดลองลับชั้นล่างสุดจะพบ Marion เป้าหมายที่ Mordin ตามหาตัว เขาจะเถียงกันเรื่องงานวิจัยจนหมดเรื่องแล้วทั้งหมดก็จะกลับออกจากดาวดวงนี้ 
** เมื่อกลับมาบนยานแล้วจะมี Quest ของ Grunt เพิ่มขึ้นมาในเมล ** 

Quest ของ Grunt - ไปที่ Krogen DNZ Nubula ที่ดาว Tuchanka อีกครั้ง เข้ามาในรังของพวก Krogen เข้าไปคุยกับ Krogen ที่ซ่มรถอยู่ซึ่งไม่สามารถพาเข้าด้านในได้ เดินไปคุยกับพ่อค้าที่ด้านซ้ายของทางเข้า คุยเพื่อหาข่าวจากเขาแล้วเดินมาที่ Krogen ที่โต๊ะคอมกลางลานสำรวจคอมแล้วเล่นมินิเกมยิงลิงที่มาอย่งอาหารให้หมดจนชนะเกมแล้วกลับไปหาพ่อค้าอีกครั้ง สำรวจที่ขายของข้างจะมีอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นมาในที่ขายของในข้อแรก ซื้อมาแล้วมาสำรวจที่หมาที่นั่งข้างๆพ่อค้าแล้วเลือกข้อแรกเอาอาหารให้มันกินแล้วมันจะตามเรามาด้วย จากนั้นเดินขึ้นไปหาผู้นำของ Krogen ที่นั่งบนกองหินตรงกลางลาน ผู้นำของ Krogen เห็น Grunt ที่ต้องการเข้ามาพิสูจน์ตัวเองในเผ่า จึงจะให้เขาไปทดสอบ เดินขึ้นไปชั้นบนคุยกับ Krogen ตัวสีแดงแล้วเขาจะพานั่งรถมาที่ลานแห่งการทดสอบที่ Lirdnot Ruin เมื่อเข้ามาแล้วสำรวจสวิตซ์สีฟ้าจะมีมอนสเตอร์ออกมาจัดการให้หมดแล้วกดสวิตซ์ใหม่ให้ชุดใหม่ออกมาจัดการให้หมดจนมอยสเตอร์ยักษ์ออกมาจัดการมันซะ ผู้นำ Krogen ก็จะออกมาบอกว่า Grunt นั้นผ่านการทดสอบความเหมาะสมที่จะเข้าเผ่าแล้ว และถึงคราวที่ Shepard จะต้องตัดสินใจกับเรื่องนี้ ผมเลือกให้ Grunt ตัดสินใจเอง ซึ่งมันก็ดันโอหังจนฆ่าพวกหัวหน้า Krogen จนหมดแล้วจึงกลับออกมาด้านนอกอีกครั้ง เมื่อจบเรื่องแล้วทั้งหมดก็จะกลับขึ้นยาน 
** เมื่อกลับมาบนยานแล้วจะมี Quest ของ Garrus เพิ่มขึ้นมาในเมล ** 

Quest ของ Garrus – ไปที่ Serpent Nebula ที่โคโลนี่ Citadel เป้าหมายของ Garrus คือตามหาตัว Fade เมื่อมาถึงเข้าไปคุยกับหน่วยรักษาความปลอดภัยตรงทางเข้าถามถึง Fade แล้วเดินทางไปที่ส่วนทางซ้ายของแผนที่เข้าไปที่ Warehouse จะเจอพวกศัตรูอยู่ในนั้นเมื่อพวก Shepard ข฿จนมันกลัวมันจะบอกว่ามันไม่ใช่ Fade แต่บอกที่อยู่ให้มาคือที่เขตโรงงาน เข้าไปสำรวจจุดแดงที่เป็นจุดขึ้นยานขนส่งแล้วเลือกไปที่ Factory District เมื่อเข้ามาในเขตโรงงานแล้วลุยพวกศัตรูเข้าไปจนถึงโกดังสินค้าด้านในก็จะจับตัว Fade มาได้ซึ่งสุดท้ายเขาก็จะเชื่อมโยงมาถึงเป้าหมายที่ Garrus ต้องการจะเด็ดหัวมันโดยจะให้ Shepard เป็นคนไปล่อเป้าแล้ว Garrus ก็จะรอส่องยิงมันจากด้านบน เมื่อจัดการมันแล้วก็กลับขึ้นยาน 

จากนั้นก็เริ่มทำ Quest หลักกันได้แล้วมุ่งหน้าไปที่ Dholen Nebula ลงจอดที่ดาว Haestrom ซึ่งเป็นดาวเป้าหมายที่ Tali ส่งเมลขอความช่วยเหลือมา เมื่อเข้ามาในดาวดวงนี้จะพบว่าที่นี่จะมีความร้อนของแสงแดดที่สูงมากจนทำร้ายร่างกายได้เลยเมื่อเดินผ่านเข้าไปโดดแสงแดด ลุยพวกศัตรูเข้ามาจนถึงลานกว้างจะมีคนติดต่อขอความช่วยเหลือมาแต่ทางเข้าก็ดันโดนเสาหินปิดทางเอาไว้และศัตรูจะออกมาล้อมมากมาย จัดการพวกมันให้หมดแล้วสำรวจที่เสาเพื่อวางระเบิดเปิดทางเข้าด้านในสำรวจติดต่อวิทยุกับ Tali เธอจะบอกจุดเป้าหมายมา เดินเข้าไปด้านในต่อจะพบจุดที่พวกทหาร quarianพวกของ Tali สู้กับศัตรูอยู่ ช่วยจัดการพวกศัตรูให้หมดแล้วเข้าไปจัดการ หุ่นยนต์ยักษ์ที่ขวางประตูด้านในอยู่ จัดการล้มมันให้ได้แล้วบุกเข้าไปช่วย Tali ที่อยู่ด้านในแล้วขอเธอมาร่วมทีมเธอก็จะเดินทางกลับมายานด้วย


[ ได้ Tali'Zorah nar Rayya เข้าร่วมทีม ]

เมื่อกลับมายานแล้วเข้าไปคุยกับ Tali ซึ่งเธอจะอยู่ในชั้น Dock 4 เธอจะคุมการทำงานของเครื่องยนต์อยู่ จะมีคำพูดเพิ่มขึ้นมาซึ่งเธอจะขอให้ช่วยเหลืองเหลืองพ่อของเธอที่บ้านเกิด ตอบตกลงแล้วเดินทางไปได้เลย 

Quest ย่อยของ Tali – เดินทางไปที่ Raheal – Leyya Nubela ที่ยาน Themigrant Fleet เข้ามาจะพบจะเป็นยานแม่ของพวก Tali คุยกับทุกคนให้ทั่วแล้วจะได้เข้าประชุมเพื่อจะตัดสินเรื่องที่ Shepard มาช่วยเหลือแล้วตามไปคุยด้านในต่อเพื่อออกเดินทางไปยานลูกอีกยาน จัดการศัตรูเข้ามาด้านในจะพบศพพ่อของ Tali สำรวจแล้วเข้าไปต่อจนถึงแท่นควบคุมมอนิเตอร์สำรวจแล้วกลับออกมาคุยกับหัวหน้าของ Tali ก็จะจบเควส 

ตอนนี้ถ้ารับเควสจากเมลมาตลอดก็จะมีเควสย่อยที่ค้างอยู่ค่อนข้างเยอะตามไปทำเพื่อหาเงินเก็บเลเวลก่อนก็ได้ 

Quest ย่อยตามทำลายล้างกลุ่ม Blue Suns 
- ที่ Arinlarkan Nubela ที่คัลสินค้า MSV Stronlium Mule เข้ามาเพื่อจัดการศัตรูแล้วลุยเข้าด้านในสุดเพื่อทำลายคลังสินค้าเป้าหมายแล้วกลับออกมาที่ยานแล้วจะมีเมลเควสอันใหม่ต่อขึ้นมาอีก 
- ที่ Decoris Nubela ดาว Sanclum ลุยเข้าไปทำลายคลังสินค้าเป้าหมายที่อยู่ด้านในแล้วกลับออกมาที่ยานแล้วจะมีเมลเควสอันใหม่ต่อขึ้นมาอีก 
- ที่ Skepsis Nubula ดาว Frankin ที่นี่จะเป็นฐานยิงมิดไซด์ของพวกศัตรูเมื่อเข้ามาพวกมันจะเริ่มยิงจรวดแล้วเวาลจะเริ่มนับถอยหลังรีบลุยเข้าไปจนถึงแท่นควบคุมแล้วจัดการศัตรูแล้วกลับออกมา ที่ยานแล้วจะมีเมลเควสอันใหม่ต่อขึ้นมาอีก 
- ที่ Lloitari Nubela ดาว Zancthu ที่ซากยานนี้จะไม่มีศัตรูเลยให้เดินมาตามซากยานที่กำลังจะพังไปจนถึงด้านล่างแล้วเก็บข้อมูลที่แท่นแดงๆแล้วกลับออกมาที่ยานแล้วจะมีเมลเควสอันใหม่ต่อขึ้นมาอีก 
- ที่ Faryar Nubela ดาว Daratar เข้ามาที่ลานกว้างจะมีศัตรูที่เป็นหุ่นต์รบขนาดใหญ่อยู่เต็มไปหมดจัดการพวกมันให้หมดทั้ง 9 ตัวให้หมดแล้วกลับมาที่ยาน 

ถึงตรงนี้เควสต่างๆที่เหลืออยู่เกือบทั้งหมดก็จะอยู่ที่เดียวกันหมดคือที่ ดาว Iiium ที่ Crescent Nubela 

ดาว Iiium มหานคร Nos Astra ที่ Crescent Nubel
เข้ามาในเมืองที่ค่อนข้างใหญ่และดูเหมือนจะซับซ้อนพยามดูทางให้ดีๆหาซื้อของให้ทั่วๆซึ่งร้านของที่นี่จะเหมือนกระถางต้นไม้ที่มีคนล้อมกันอยู่วึ่งอาจจะเดินผ่านกันได้ และ เมืองนี้มีเควสหลักและเควสย่อยที่เรารับเมลมารวมกันอยู่เต็มไปหมด ซึ่งคุยเจออะไรก่อนก็ทำเควสน้นก่อนได้เลย เป้าหมายคือจุดหมายตรงกลางเมืองที่ออฟฟิตของ Liara Shepard จะถามข้อมูลต่างๆซึ่งตอนแรกเธอไม่เต็มใจจะบอกจึงให้ Shepard ไป Hack ข้อมุลมาให้เธอ เดินลงมาชั้นล่าง สำรวจแท่นคอมสีส้มเพื่อทำการปลดล็อคแล้วสัญญาณจะดังขึ้นมาพร้อมมีตัวเลขขึ้นมา ให้เดินไปตามสัญญาณที่ดังมากขึ้นและตัวเลขจะต้องน้อยลงแปลว่าใกล้จุดหมายแล้วถ้าตัวเลขมากขึ้นแสดงว่าไกลเป้าหมาย เมื่อนำสัญญาณมาสู่เป้าหมายแรกแล้ว Liara จะติดต่อมาว่าได้ข้อมูลอะไร ให้ตอบของทางขวาไปก่อนบอกว่าข้อมูลยังไม่ครบ จากนั้นก็ตามหาแท่นคอมสีส้มแถวๆนี้จนถึงย่านค้าขายทำการ Hack ข้อมูลจนครบ 5 ข้อมูล แล้วมาที่ออฟฟิตของ Liara ซึ่งถ้าเรารับเควสในเมลที่เกี่ยวกับการหาเพื่อใหม่ทั้งของ Thane Krios และ Samara Liara ก็จะให้ข้อมูลที่อยู่ของคนทั้ง 2 พร้อมๆกันเลยซึ่งคุ้มมากๆ เริ่มจากค้นหา Krios มือสังหารของเผ่า Drell ก่อน โดยไปที่บริเวณจุดโกดังสินค้าทางขวากลางของเมืองเข้าคุยกับ Seryar ที่นั่งทำงานอยู่เพื่อถามหา Krios เธอจะพาขับรถเหาะมาที่หอคอย ดันตัส ซึ่งเป็นที่อยู่ของเป้าหมายสังหารของ Krios 

Iiium City - Dantius Tower 
เข้ามาแล้วลุยศัตรูเข้าไปตามทางจนถึงลานกว้างจัดการศัตรูแล้วเข้าไปที่หน้าลิฟท์ศัตรูอีกกลุ่มจะลงมาด้วยจัดการมันซะแล้วขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนจะเจอ Nassana เจ้าของตึกซึ่งเป็นเป้าหมายสังหารของ Krios ในขณะที่กำลังคุยกันยังไม่จบ Krios ก็ลอบลงมาฆ่าเป้าหมายของเขาทันที เมื่อ Shepard คุยเกลี่ยกล่อม Krios จนสำเร็จเขาก็จะตามมาร่วมทีมกับ Shepard ด้วย 


[ ได้ Thane Krios The Assassin ร่วมทีม ]

เมื่อกลับขึ้นมาบนยานจะไม่สามารถออกฉากแผนที่ได้เพราะมีเควสหลักเข้ามา เดินเข้าไปในห้องประชุม Illusive man จะติดต่อมาให้ออกไปทำภาระกิจเข้าไปที่ยานของพวก The Collectors 

ยาน Omega 4 Relay – Disabled Collectors Vessel 
เมื่อเข้ามาเทียบเข้าไปที่ส่วนที่ต่ำที่สุดของยานลุยเข้าไปตามอุโมงค์เข้าไปด้านในเก็บปืนของศัตรูที่เลเวลสูงขึ้นมาใช้เลือกเอาเองว่าจะเอาปืนชนิดไหนมาใช้ แล้วลุยต่อจนถึงแท่นเหล็กสำรวจแท่นควบคุมแล้วมันจะหมุนลอยขึ้นพร้อมทั้งพวกศัตรูก็จะออกมาพร้อมกับแท่นลอยที่เข้ามาเทียบประชุดติดต่อกันมากมายจัดการให้หมดแล้วควบคุมแท่นลอยเขามาจอดตอนในโพรง ลุยเข้าไปในโพรงจนถึงด้านในสุดหุ่นยนต์แมลงยักษ์จะออกมาจัดการมันซะแล้ว Shepard จะติดตั้งเครื่องติดตามเอาไว้แล้วทุกคนก็จะหนีออกมาจากยาน เมื่อกลับมาที่ยาน Krios จะอยู่ใน Dock 3 ห้องพักลุกเรือเข้าไปคุยกับเขาเพื่อรับ Quest ย่อยของเขามา 

Quest ย่อยของ Krios - ไปที่ Serpernt Nubula แล้วเข้าไปที่ Citadel เข้าไปใน Zakera Ward เข้ามาแล้วก็ไปหาข่าวกับกัปตัน Bailey ตำรวจหน่วย C-Sec ที่นั่งอยู่ตรงทางเข้าถามหาลูกชายของ Krios คุยจบไปที่หน้าบาร์ Dark Star ทางขวาของแผนที่จะพบชายขื่อ Mouse คุยเพื่อหาข่าวจากเขาแล้วกลับไปคุยกับ กัปตัน Bailey อีกครั้งเขาจะพาเข้าไปในเขตกักกันทั้งคู่จะเข้าไปหาข่าวกับนักโทษที่อยู่ด้านในเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วคุยกับ กัปตัน Bailey ด้านนอกเขาจะพบมาที่ส่วนในของโคโลนี่ จะพบเป้าหมายของ Krios ที่มันกำลังจะรอางหารเป้าหมายของมันซึ่งเราต้องขัดขวางมัน ทั้งคู่จะแยกกันตามโดยที่ Shepard จะเดินอยู่บนทางเดิมด้านบนให้คอยตามเป้าหมายที่เดินอยู่ด้านล่างอย่าให้ละสายตาเข้าไปจนถึงด้านในแล้ว Krios ก็จะขัดขวางการสังหารของมันเอาไว้ได้ 

ดาว Iiium มหานคร Nos Astra ที่ Crescent Nubela - Commercial Spaceport 
ทำเควสหาเพื่อนร่วมทีมคนต่อไปได้เลย คนที่จะหาต่อไปคือ Samara เดินไปคุยกับ Daina ที่เขตจอดรถและย่านขายของถามหา Samara เธอจะขับรถพาไปที่ Commercial Spaceport เข้ามาแล้วคุยกับเจ้า Foe แล้วเข้าไปในสถานีตำรวจคุยกับ Anaya แล้วเข้าไปด้านในที่เกิดเหตุที่มีเชือกเลเซอร์กั้นทางอยู่เข้าไปด้านในสุดจะพบ Samara คุยกับเธอแล้วกลับออกมาด้านนอกคุยกับเจ้า Foe เพื่อรับงานของมันมาแล้วขึ้นลิฟท์ใกล้ๆนี้ขึ้นไปด้านบนลุยศัตรูเข้าไปตามทางจนถึงด้านในจัดการคอปเตอร์สังหารที่ออกมาขวางแล้วเข้าด้านในต่อจนถึงห้องด้านในจะพบ บอส Captain Wesea จัดการแล้วกลับลงมาคุยกับ Samara ที่สถาณีตำรวจเมื่อคุยจบเธอก็ร่วมกลุ่มไปกับ Shepard ด้วย 


[ได้ Samara เข้าร่วมกลุ่ม]

** ถึงตอนนี้ก็เริ่มทำเควสย่อยของ Miranda ได้เลย ** 
Quest ย่อยของ Miranda – ที่ ดาว Iiium มหานคร Nos Astra ที่ Crescent Nubela เข้าไปที่เขตด้านบนขวาของบาร์คุยกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านใน (ถ้ามาคุยกับเธอในช่วงแรกเธอก็จะบอกแต่ว่า กำลังรอใครบางคนอยู่ ) 
คุยจบแล้วเธอจะพาขับยานมาที่โกดังสินค้าด้านในจัดการพวกทหารที่คอยคุ้มกันอยู่แล้วลุยเข้าไปตามทางขึ้นลิฟท์ไปจนถึงชั้น 94 จะพบเป้าหมายของ Miranda ในขณะที่กำลังคุยกันตอนคุยอย่าตอบว่า Kill him แค่นั้นแล้วจัดการพวกมันให้หมดแล้วลงลิฟท์ออกมาด้านล่างจะเจอน้องสาวของ Miranda ระหว่างคุยให้เลือกให้เธอเข้าไปคุยกับน้องสาวของเธอถ้าไม่ให้ Miranda เข้าไปหาน้องของเธอก็จะถือว่า Quest ของ Miranda ทำพลาดน๊ะครับ 
เมื่อกลับมาที่ยานแล้วจะพบว่า Miranda กับ Jack ตบกันอยู่เข้าไปเลือกก็จะเข้าข้างใครก็แล้วแต่ครับ 

** ถึงตอนนี้ก็เริ่มทำเควสย่อยของ Samara ได้เลย ** 
เควสย่อยของ Samara – ลงไปคุยกับเธอในห้องแล้วรับเควสมาแล้วเดินทางไปที่ Omega nebula เข้าไปใน Omega แล้วเป้าหมายที่ต้องตามหาคือลูกสาวใจแตกของ Samara ที่กำลังจะทำสิ่งไม่ดีเธอจะต้องรีบมาห้าม เดินเข้าไปหาข่าวกับ Aria ที่บาร์ After Life จากนั้นเข้าไปที่เขตอาพาร์ทเมนต์ทางขวาล่างของแผนที่สำรวจห้องด้านในเก็บข้อมูลมาให้หมดแล้วไปที่ VIP Club ทางขวาบนจากตรงนี้ตรงที่เคยมีคนขว้างทางเอาไว้ไม่ให้เข้าคุยแล้วเขาจะยอมให้ผ่านเข้าไป Samara จะไม่เข้าไปแต่จะให้ Shepard เข้าไปชาวนคุยตีสนิทแล้วพาเข้ามาถึงห้องเธอให้ได้แล้ว Samara จะเข้าไปสั่งสอนเธอเอง เข้ามาในบาร์แล้วเก็บข้อมูลสิ่งที่ลูกสาวของ Samara ชอบกับคนต่างๆในคลับให้หมดไม่ว่าจะเป็นชื่อวงดนตรีที่เธอชอบ หรือชอบเที่ยวที่ไหน ชอบยามั๊ย เมื่อคุยหาข่าวจนหมดแล้วก็เข้าไปหาลูกสาวของ Samara ซึ่งเธอจะเต้นอยู่กลางลานนั่นแหละ เธอจะมานั่งคุยกับ Shepard ตอนนี้ก็พยายามชวนคุยในสิ่งที่เธอชอบโดยห้ามคุยจนเธอไม่ชอบแล้วหนีไป เมื่อตอบคำถามในสิ่งต่างๆที่เธอชอบแล้วเธอจะพาเข้ามาคุยในห้องซึ่งเธอก็จะเริ่มแสดงความชั่วออกมาโดยจะสะกดจิต Shepard ให้ฆ่าตัวตาย samara จะเข้ามาขัดขวาง ที่นี้ก็เรื่องของแม่ลูกแล้วล่ะครับ 

- Quest ย่อย ที่Father Nebula บนดาว Lorek โดยการค้นหาคลื่นจนพบก่อนลงจอดลุยเข้าไปด้านในแล้วเก็บข้อมูลกลับออกมา 
- Quest ย่อย ที่ Xecha Nebula บนดาว Zada Ban ลุยเข้าไปตามทางจนถึงด้านในสุดจัดการศัตรูที่ลานกว้างให้หมดแล้วยิงทำลายแท่นพลังงานตรงกลางลานให้หมดแล้วกลับขึ้นมาที่ยาน 

จากนั้นเข้าไปที่ Hawting Eta Nebula แล้วเดินทางต่อไปยัง Thorne Nebula ต่อแล้วเอายานเข้าไปเทียบเรือผีสิง Derelict Reaper ได้เลย 
เรือผีสิง Derelict Reaper 
เข้ามาจะพบว่าที่นี่มีแต่พวกผีดิบที่ออกมามกามายเต็มไปหมดยิงลุยเข้าไปตามทางไอ้พวกผีดิบมันตายง่ายแต่มันก็เข้ามาเยอะและเร็วพอจะทำให้ตายได้เลย เข้ามาจะพบเจ้าหุ่นยนต์ Legion ที่กำลังจะหาทางทำลายพวกผีดิบให้หมดจัดการพวกมันลุยไปจนถึงก้อนพลังงานด้านในจะพบเจ้าหุ่นกำลังจะพยายามทำลายแหล่งพลังงานแต่ก็โดนทำร้ายไปซะก่อน จัดการยิงทำลายก้อนพลังงานสีขาวๆพร้อมกับจัดการพวกผีดิบที่ออกมาเรื่อยๆ ทำลายก้อนพลังงานแล้ว Shepard จะพาเจ้าหุ่นยนต์ Legion ตัวนี้กลับมาที่ยานด้วย 

เมื่อกลับมาที่ยานแล้วเจ้าหุ่น Legion ที่ Shepard ช่วยเอาไว้จะนอนรอการซ่อมแซมอยู่ในคลีนิคใน Dock 3 ให้มันนอนรอตรงนั้นไปก่อน เข้าไปที่แผนที่เดินเรือจะเกิดเหตุการณ์ที่คอมพิวเตอร์จะได้รับสัญญาณของพวก The Collector ที่น่าจะอยู่แถวๆนี้ทำให้พวกกลุ่มของ Shepard จะออกเดินทางด้วยยานเล็กออกไปสำรวจ แต่จู่ๆยานรบของ The Collector วาร์ปเข้ามาในรยะประชิดและเข้าจู่โจมยานทันที ศัตรูเริ่มบุกเข้ามาในยานจนทำให้ Joker ต้องหนีเพื่อไปเปิดระบบวาร์ปใหม่ที่ล่มลงไป บังคับ Joker เดินลงไปตามทางผ่านคลีนิคลงล่างต่อจนถึงจนถึงห้องเครื่องยนต์ที่เขาจะต่อระบบให้ EDI จัดการชาร์ทพลังให้เครื่องยนต์เพื่อพุ่งยานหนีออกมาจนได้ แต่สุดท้ายแล้วลูกเรือในยานนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักซึ่งบางคนก็ตายที่เหลือก็โดนพวก The Collector จับไปหมด 

เมื่อพวกของ Shepard กลับมาจึงหาทางตามไปเอาคืนกับพวก The Collector แต่ก่อนอื่นอย่าลืมไปเอาเพื่อนอีกตัวที่นอนรอการซ่อมอยู่ เข้าไปในคลีนิคใน Dock 3 เข้าไปหา Legion เพื่อให้ EDI ทำการซ่อมแซมมันขึ้นมาใหม่และเมื่อได้พุดตุยกันแล้วมันก็จะยอมเข้าร่วมทีมด้วย


[ ได้ Legion เข้าร่วมทีม ]

** เมื่อได้ Legion เข้าร่วมทีมแล้วก็รับเควสย่อยจากมันได้เลย ** 
Quest ย่อยของ Legion – เดินทางมาที่ The Phoenix Massing Nebula ผ่านเข้ามาในกาแล็กซี่ Tassrah ต่อมาจนถึงกาแล็กซี่ The Sea of Storms จะพบ Heretic Station เข้ามาจะพบพวกหุ่นรักษาความปลอดภัยมากมายพวกมันจะป้องกับระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ จัดการพวกมัมให้หมดแล้วทำลายระบบรักษาความปลอดภัยในห้องเพื่อเข้าประตูไปต่อจนถึงด้านในสุดจะพบแท่นข้อมูลที่ Legion กำลังจะเข้าไปดาวน์โหลดในขณะที่รออัพโหลด พวกหุ่นบยนต์จะเริ่มบุกเข้ามาจากด้านล่างจัดการพวกมันไปเรื่อยๆซึ่งสามารถบังคับแท่นปืนอัตโนมัตในนี้ยิงพวกมันได้ เมื่ออัพโหลดเสร็จก็ทำการระเบิดที่นี่แล้วรีบหนีออกมาจนถึงทางออกให้ทันเวลา 

Quest ย่อย – ที่ Crescent Nenula การแล็กซี่ Lusam เข้ามาที่ดาว Tarith เซริซ์หาเป้าหมายของเสียงที่ส่งมาแล้วลงจอด เข้าไปจะเต็มไปด้วยหมอกเขียวมองางไม่ชัดพยายามเดินเข้าไปเปิดเลเซอร์นำทางแล้วเดินตามไปเปิดที่ละจุดจนถึงบนยอดเขา Shepard จะทำการเปิดระบบที่เสาแล้วขับยานออกมาจากดาวนี้ได้เลย 
Quest ย่อย – Crescent Nebula การแล็กซี่ zolene เซริซ์หาเป้าหมายของเสียงที่ส่งมาลงจอดที่ดาว Helyme ลุยเข้าไปในอาคารร้างด้านในจัดการศัตรุเข้าไปจนถึงแท่นข้อมูลจัดการศัตรูให้หมดแล้วโหลดข้อมูลแล้วกลับออกมาจากดาวนี้ได้เลย 
จากนั้นถ้าพร้อมแล้วก็เข้าไปที่ Omega Nebula แล้วเข้าไปที่ Omega 4 relay เพื่อเดินทางวาร์ปแบบระยะไกลพุ่งทะลวงการขัดขวางของพวกหุ่นตรวจการณ์ที่บุกเข้ามาในยานจนผ่านมาถึง The Collector Base จนได้ 

*****************************************************

บทสุดท้าย!!

*****************************************************

The Collector Base 
ก่อนจะออกจากยาน Shepard จะวางแผนกันในห้องถึงการลุยเข้าไปใน Collector Station โดย Shepard จะต้องจัดลูกทีมชุดแรกประจำหน้าที่ตามจุดต่างๆ [ผู้นำที่ดีต้องรู้จักความสามารถของลูกทีมให้ถูกกับงานที่ต้องทำ] 

- เลือกใครคนนึงที่ไปทำหน้าที่แฮ็คระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเปิดประตูเข้าด้านใน 
- เลือกใครคนนึงที่ที่ลุยได้เก่งๆไปเป็นทีมชุดที่ 2 เพื่อบุกจากอีกฝั่ง 
เมื่อจัดแล้วก็จัดทีมตัวเองเพื่อเข้าไปลุยด้านในได้เลย ลุยศัตรูเข้าไปพร้อมทั้งเปิดสวิตซ์สีฟ้าแบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆโดยอย่าให้เกทสีเขียวหมดจนถึงอันสุดท้ายแล้วเข้าไปที่คุมขังของพวกลูกเรือ เมื่อช่วยพวกเขาออกมาได้แล้ว Shepard ต้องจัดวางแผนงานกับลูกทีมอีกครั้ง 
- เลือกใครคนนึงที่ใช้คุ้มกันกลุ่มเราในการลุยเข้า 
- เลือกใครคนนึงที่ที่ลุยได้เก่งๆไปเป็นทีมชุดที่ 2 เพื่อบุกจากอีกฝั่ง 

เลือก Samara ในการช่วยคุ้มกันเข้าด้านในเธอจะสร้างบาเรียคุ้มกันให้ตลอดทาง จัดการศัตรูเข้าไปตามทางจนถึงประตูด้านในจากนั้นจะต้องจัดทีมในครั้งสุดท้าย 2 คนเพื่อเข้าทีมลุยไปกับ Shepard ส่วนที่เหลือจะต้องอยู่ต้านศัตรูอยู่ที่นี่ [ ไม่รู้ใครจะคิดยังไงแต่ว่าเหลือตัวละครที่รบเก่งๆอยู่จุดนี้บ้างก็ดีครับ] ลุยเข้าไปจนถึงลิฟท์เลื่อนจัดการศัตรูที่ลงมาให้หมดไปจนถึงลิฟท์ตัวสุดท้ายกดสวิตซืควบคุมเพื่อลอยขึ้นชั้นบน เข้าไปพบ Boss Reaper



ให้จัดการยิงที่หลอดพลังงานสีแดงๆของมันทั้ง 4 หลอดสลับกับจัดการศัตรูที่ออกมาตลอด เมื่อทำลายหลอดพลังได้หมดมันจะร่วงไปด้านล่าง จัดการวางระเบิดที่นี่แล้ว Reaper จะกลับขึ้นมาอีกรอบจัดการมันซะแล้วหนีออกจากที่นี่ก่อนที่มันจะระเบิดเป็นจุล…. 

---------------------------- THE END --------------------------------------------------------


*****************************************************

[ทริกบทสุดท้ายเพื่อจบแบบ No Die Ending(สปอย) โดย 5DayAgo-STUDIO (จขกท)]

*****************************************************

Shepard จะต้องจัดลูกทีมชุดแรกประจำหน้าที่ตามจุดต่างๆ [ผู้นำที่ดีต้องรู้จักความสามารถของลูกทีมให้ถูกกับงานที่ต้องทำและต้องอัพสกิลของตัวนั้นๆให้เต็มด้วย (อันที่เขียนเป็นชื่ออาชีพ)]
- เลือกใครคนนึงที่ไปทำหน้าที่แฮ็คระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเปิดประตูเข้าด้านใน (Tali)
- เลือกใครคนนึงที่ที่ลุยได้เก่งๆไปเป็นทีมชุดที่ 2 เพื่อบุกจากอีกฝั่ง (Miranda)
เมื่อจัดแล้วก็จัดทีมตัวเองเพื่อเข้าไปลุยด้านในได้เลย ลุยศัตรูเข้าไปพร้อมทั้งเปิดสวิตซ์สีฟ้าแบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆโดยอย่าให้เกทสีเขียวหมดจนถึงอันสุดท้ายแล้วเข้าไปที่คุมขังของพวกลูกเรือ

-คนพาลูกเรือกลับไปที่ยาน (Mordin) 

เมื่อช่วยพวกเขาออกมาได้แล้ว Shepard ต้องจัดวางแผนงานกับลูกทีมอีกครั้ง 
- เลือกใครคนนึงที่ใช้คุ้มกันกลุ่มเราในการลุยเข้า (Samara)
- เลือกใครคนนึงที่ที่ลุยได้เก่งๆไปเป็นทีมชุดที่ 2 เพื่อบุกจากอีกฝั่ง (Garrus)

ย้ำทุกคนที่ต้องมี Loyal (สังเกตได้ที่วงกลมที่เท้าเวลาเลือกลูกทีม)

25 ส.ค. 2555

Dragon Age II - บทสุรปโคตรตำนานแห่งมังกร!!


Dragon Age II 

บทสุรปโคตรตำนานแห่งมังกร!!


ไปอ่านเจอมา เพราะจะเล่นอยุ่เหมือนกัน เลยเอามาแชร์ๆๆ ใส่เครดิตแล้วด้วย



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เครดิตโดย Overclockzone (เกมนี้ผมเล่นจบแต่ ผมไม่ลงนะครับ สไตล์ของผมมันร็อคเกิน)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พื้นฐานที่ควรรู้ Dragon Age 2
(โดย pongkrit03)



จะแบ่งเป็น 2 ส่วนนะครับ คือ ของเก่า (เหมือน origins) และของใหม่ (สิ่งที่เปลี่ยนไป) 

ของเก่า 

1.เกมส์นี้ศัตรูจะเลเวลขึ้นตามเรานะครับ ข้อดีคือเราจะไปที่ไหนก่อนก็ได้อย่างอิสระ แต่ข้อเสียคือการเก็บเลเวลไม่ได้ช่วยให้อะไรง่ายขึ้นเลย (ค่าประสบการณ์ที่ได้เขียนย่อว่า XP )

2.การตายของตัวละครคือการหมดสภาพต่อสู้ แต่ถ้าหมดสภาพครบ 4 คนถือว่าตายจริงๆ ... หลังจากจบการต่อสู้แล้วคนที่หมดสภาพก่อนหน้านี้จะฟื้นมา โดยมีบาดแผลติดตัว 1 อย่าง ทำให้ความสามารถลดลง ซึ่งเราสามารถทำให้บาดแผลนี้หายไปได้โดยใช้ item ชื่อ injury kit และคนที่ตายจะได้ xp เท่ากับคนที่เหลืออยู่ xp จะได้เท่ากันทุกคน ไม่มีการเฉลี่ยว่าหาร 3 หรือหาร 4 ดังนั้นพกคนไปเยอะที่สุดครับ การกลับบ้านหรือหรือ สลับตัวเพื่อนร่วมทีม ที่จุดสลับตัวก็รักษาได้เช่นกันครับ

3.สกิลของเกมส์นี้มีอยู่ 3 แบบด้วยกันนะครับ แบบแรกคือ Activated แบบกดใช้เดี๋ยวนั้นเลย แบบที่สองคือ Sustained คือเปิดค้างไว้ได้โดยจะเสีย mp max บางส่วน เรียกว่าค่า upkeep ถ้าปิดแล้วจะได้ mp max กลับมา และแบบที่สามคือ Passive ติดตัวตลอดเวลาไม่ต้องเสียอะไรและไม่ต้องกดเปิด 

4. อาชีพ warrior กับ rouge จะใช้ค่า Stamina ในการใช้สกิล ส่วน Mage จะใช้ Mana ซึ่งมันก็คล้ายๆกัน แต่ต่างตรงที่ Mana สามารถเติมได้ด้วย Lyrium Potion แต่ Stamina ต้องใช้ Stamina Potion 

5.ในการต่อสู้คุณมีปาร์ตี้สูงสุด 4 คน สามารถควบคุมได้ทีละ 1 ตัว โดยตัวที่เหลือที่คุณไม่ควบคุมจะทำการโจมตีตาม Tactics ที่คุณตั้งไว้ (แต่ตัวที่คุณควบคุมต้องสั่งเอง)

6.กดปุ่ม F5 เพื่อ quick save ได้ โดยจะมีเพียงเซฟเดียว ควรกดทุก 5 นาที กดก่อนเจอศัตรู และกดก่อนพูดคุยกับตัวละครต่างๆ ถ้าเจอบทสนทนาลักษณะทางเลือกที่ไม่ส่งผลในทันทีและคุณไม่แน่ใจ แนะนำให้เซฟเป็นไฟล์แยกต่างหากอีกไฟล์นึงก่อนเลือกทางเลือกนั้น เพื่อที่สามารถย้อนกลับมาเลือกใหม่ได้เสมอ 

7.ค่า Threat คือค่าที่บ่งบอกความเป็นอันตรายของตัวคุณต่อพวกศัตรู โดยศัตรูจะโจมตีคนที่มีค่า Threat สูงที่สุดเป็นอันดับแรก โดยค่า Threat จะสูงตามความสามารถในการทำ dmg และทำ critical ... อย่างไรก็ตามมีบางสกิลที่ช่วยเพิ่มลดค่า Threat ได้เอง

8.ปุ่ม H ทำให้ตัวละครทุกคนหยุด และไม่เดินตามตัวละครหลักที่คุณควบคุมอยู่ 

9.ปุ่ม Ctrl + A ทำให้คุณเลือกทุกคนได้ ซึ่งถ้าคุณเลือกทุกคนอยู่นั้น จะไม่มีใครทำ tactics เลย คุณสามารถสั่งให้ทุกคนโจมตีศัตรูตัวเดียวกันได้โดยวิธีนี้ ถ้าต้องการจัดกลุ่มเป็นคู่ กด shift แล้วเลือกตัวละคร

10.การกด Tab ทำให้เรามองเห็นชื่อ item ชื่อ npc ต่างๆได้ง่าย (เผื่อมีคนไม่รู้)

11.ทุกอาชีพมี Class 2 เรียกว่า Specialization โดยเราจะเลือกครั้งแรกได้ที่เลเวล 7 และครั้งที่สองที่เลเวล เราสามารถมี class 2 ได้ 2 class ในตัวเดียวกัน สำหรับเพื่อนเราก็จะมีสกิล Specialization เฉพาะตัวของพวกเขาเอง 

12.เกมส์นี้จบที่เลเวล 20 - 25 โดยประมาณ ดังนั้นวางแผนอัพสกิลกันให้พอดี

13.หน้า Tactics คือส่วนสำคัญที่คุณต้องพยายามเข้าใจ คุณสามารถเซ็ตให้เพื่อนคุณต่อสู้เหมือนเซ็ตบอท ซึ่งจะทุนแรงในการบังคับเองได้มาก และสำคัญสำหรับการเล่นระดับโหมด normal ขึ้นไป ลองอ่านรายละเอียดดูที่หน้า 1 ล่างๆนะครับ 

14. Codex คือรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติม เช่น คุณหยิบจดหมายหรือหนังสือขึ้นมา มันจะขึ้นที่มุมซ้ายล่างของหน้าจอว่า codex ถ้าคุณคลิ๊กซ้ายเข้าไป มันจะบอกว่าจดหมายหรือหนังสือนี้เขียนว่าอะไรบ้าง แต่คุณไม่จำเป็นต้องอ่าน codex เลยก็ได้ครับ 

15.การพูดคุยหรือตัดสินใจบางอย่างมีผลต่อค่าความชอบและความชังของเพื่อนในทีมด้วย ซึ่งค่าทั้งสองอย่างนี้ถ้าไปทางใดมากๆ จะทำให้เพื่อนเราได้รับสกิลพิเศษที่แตกต่างออกไป แล้วแต่เราจะเลือก 

16. เพื่อนเราที่พักอยู่ camp แม้จะไม่ได้มาบู้กับเรา พวกเขาก็จะได้ XP เพิ่มตามเราเหมือนกัน ทั้งแต้ม Skills ด้วย 

17. Rune คือหินที่ใส่ในอาวุธที่มีช่องเพื่อเพิ่มความสามารถพิเศษ สามารถใส่ได้ฟรีโดยไปคุยกับ Sandal (คนแคระตัวเล็ก) ในบ้านเรา

18. Resistance คือค่าความต้านทาน Fire , Ice , Electrical , Nature (พวกพิษ) , Physical (เช่นการล้ม) และ Spirit (พวกพลังวิญญาณ) จะมีสีที่แตกต่างกัน 

19. Main Quest คือเควสที่ต้องทำ แต่ Quest หมวดอื่นนั้นทำไม่ทำแล้วแต่เรา แต่ถ้าทำจะได้ของตอบแทน

20.เพิ่มช่องเก็บของได้โดยการซื้อ BackPack 


ของใหม่

1.สมุนไพรจะเก็บสะสมในลักษณะถ้ามีครบ จะสามารถทำสูตรใหม่ๆได้เพิ่ม ไม่ได้ใช้แล้วหมดไปเหมือนแต่ก่อน ถ้ามีสูตรกับเก็บสมุนไพรถึง ก็สามารถทำยาได้ไม่อั้น (แต่การทำยาจะต้องใช้เงินแทน) 

2.ชุดใส่ให้เพื่อนไม่ได้ สำหรับ Varric อาวุธก็เปลี่ยนไม่ได้ แต่เราสามารถอัพเกรดเกราะให้เพื่อนเราได้เป็นการชดเชย 

3.Junk Item คือไอเท็มขยะ ขายทิ้งอย่างเดียว 

4.ของที่ขายพ่อค้าไปแล้ว จะหายไปตลอดกาล -*- 

5.ชุดเกราะต่างๆไม่มีค่า Fatigue (ความเหนื่อยล้า) อีกแล้ว ดังนั้นใส่เกราะหนักได้เต็มที่ อาวุธก็ไม่มีค่า Armor penetration (เจาะเกราะ)แล้วด้วย แต้มSkills พวกทำยา ทำกับดัก การเจรจาสื่อสาร บลาๆๆ ก็ถูกตัดออกทั้งหมด

6. ปุ่ม R ช่วยให้คุณโจมตีใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้โดยอัตโนมัติ และช่วยให้คุณเก็บของที่อยู่ไกล้ได้ด้วย ใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด 

7.ของขวัญถ้าได้มา จะเป็นเควสให้ของขวัญเลย ไม่ต้องมานั่งจำอีกต่อไปว่าใครต้องให้ของแบบไหน

8.เวทใช้ไม่โดนพวกเดียวกันเอง ยกเว้นโหมด nightmare

9.เวลาขายของ จะมีสัญลักษณ์รูปดาวบอกเราว่าไอเท็มนี้ดีแค่ไหน ช่วยในการตัดสินใจ ดาวเยอะก็ยิ่งดี 

10.ภาคนี้ไม่มี Spell Combo อีกแล้ว แต่มีการ Combo ข้ามสายอาชีพแทน ซึ่งเรียกว่า Cross Class Combo ที่ทำให้ dmg ของเราและเพื่อนแรงขึ้นได้เป็นทวีคูณ หน้า 1 มีเขียนเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดนะครับ 

11.สามารถทำให้มี subtitle ได้โดยไปปรับที่ audio และสามารถให้โชว์เลข dmg ได้โดยปรับที่ interface 

12.การเจรจามีสัญลักษณ์ Conversation ช่วยแปล อ่านความหมายได้จากหน้าแรก 

13.คุณสามารถ restat กับ skill ได้ โดยการดื่มยา MakerSign ซึ่งมีขายที่ Black Emperium DLC 


เพื่อนร่วมทีมและตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ 

เช่นเดียวกับภาคแรก เกมส์นี้เล่นง่ายหรือยากไม่ได้อยู่ที่เลเวลหรือชุดเกราะ แต่อยู่ที่ทีมเวิร์คระหว่างเรากับเพื่อนร่วมทีมเป็นสำคัญ ดังนั้นคุณต้องเข้าใจบทบาทของอาชีพต่างๆอย่างถ่องแท้ 

1.Warrior นักรบเกราะหนัก แบ่งเป็นสองสายหลักๆ คือสายโล่ห์เน้นอึดไว้ Tank และสายดาบใหญ่ไว้เป็นตัว DD (Damage Dealer) และพอจะ Tank ได้บ้าง
2.Rouge สองสาย คือ ธนู กับ อาวุธคู่ เน้น DD ทั้งคู่แต่ต่างที่ระยะใกล้กับไกล rouge สามารถปลดล็อกกล่องสมบัติได้
3.Mage ทำได้ทุกอย่างทั้งโจมตี , ก่อกวน และรักษาอาการบาดเจ็บ 

ทีมที่ดีควรจะมีอย่างน้อย 1 ตัวรับหน้าที่ Tank และมี Rouge อย่างน้อย 1 ตัวไว้ไขกล่องสมบัติ และในโหมด hard ขึ้นไปควรมีระยะไกลอย่างน้อย 2 ตัว ให้เล็งๆไว้ก่อนเลยว่าจะเอาใครเข้าทีมบ้าง ทีมประกอบด้วยอาชีพอะไรบ้าง และใช้พัฒนาสกิลไปในแนวไหน ดูได้จากส่วนสกิลที่หน้าแรกเช่นกัน 

เมื่อวางแผนในใจคร่าวๆได้แล้ว มาลุยกันเลยครับ 



Walkthroughs
(โดย pongkrit03)


ชี้แจงก่อนเริ่ม 
เนื่องจากช่วงนี้ผมมีงานหนักด้วย(ทำวันเสาร์อีกต่างหาก) ดังนั้นผมจะทำเฉพาะ Main Quest กับ Companions Quest นะครับ แล้วก็เฉพาะ Side Quest สำคัญๆพอครับ ตัว Walkthrough ของผมอ้างอิงจากเกมส์ Dragon Age 2 เวอร์ชั่นแรก ที่ลงแพทเสริม DLC The Exiled Prince และ The Black Emporium แล้ว 

ขอบอกก่อนว่าเกมส์นี้เวลาเล่นคุณจะได้เจอสถานการณ์ที่มีหลายทางเลือกอยู่ตลอดเวลา และการเลือกของคุณจะส่งผลต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะในภาค 2 ถือว่าส่งผลต่อเนื่องมากกว่าภาคแรกเสียด้วยซ้ำ หลายๆเควสถ้าเลือกผิดคุณจะอดเล่นเควสถัดๆไป หรือเปลี่ยนเควสกันไปเลยทีเดียว ดังนั้นผมขอแนะนำให้คุณเลือกตามที่ผมเล่นไปก่อนเพื่อจะได้ตามการเล่นของผมไปได้ หลังจากจบรอบแรกคราวนี้คุณค่อยเล่นเองตามใจชอบน่าจะดีกว่านะครับ 

และอีกเช่นเคย คือใน Walkthrough ของผมจะไม่เปิดเผยเรื่องชนิดหมดเปลือก ผมอาจจะบอกทางเลือก แต่อาจจะไม่บอกผลลัพธ์ก็ได้ ผมจะพยายาม spoil ให้น้อยที่สุด เพื่อให้ไปลุ้นตื่นเต้นกันเองเอาตอนเล่นจริงนะครับ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถถามคนในบอร์ดนี้ได้ครับ รบกวนถมขาวนิดนึงถ้าคิดว่าสปอยนะครับ 

ขั้นเริ่มต้นหลังจากเลือกตัวละครและอาชีพแล้ว คุณจะได้เลือกระดับความยาก ผมขอแนะนำดังนี้ 
-ถ้าคุณไม่เคยจับเกมส์ Dragon Age ภาคแรกมาก่อน ให้เลือก Normal (แต่จะดีที่สุดถ้าคุณไปหาภาคหนึ่งมาเล่นก่อน เพราะจะทำให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น และภาคหนึ่งก็ทำดีมากๆด้วยครับ)
-ถ้าคุณเคยเล่น Dragon Age Origins มาแล้วให้เลือก Hard 
-ถ้าคุณเซียนจากภาคแรกชนิดที่เรียกว่าลุย Nightmare ของภาคแรกมาแล้ว ภาคนี้ผมก็แนะนำให้เล่น Nightmare ไปเลยครับ 

อย่างไรก็ตาม คุณสามารถเปลี่ยนระดับความยากได้ระหว่างเกมส์ครับ ดังนั้นไม่ต้องพะวงอะไรมากนัก ผมแนะนำว่าคุณควรจะปริ้นส์ส่วนของ Walkthrough ออกมานะครับ เพื่อที่จะได้อ่านและเล่นไปด้วยได้พร้อมๆกัน 

และก็สำหรับคนใช้หน้าจอ 1024x768 ถ้าพบว่าต้องเลื่อนแท๊บด้านล่างไปซ้ายขวาเพื่ออ่านหน้านี้ คุณสามารถแก้ได้โดยไปที่ view > zoom แล้วปรับ custom เหลือซัก 90% ก็จะโอเคครับ 


เนื้อหา+ความเข้าใจจากภาคแรก


สำหรับคนไม่เคยเล่นมาก่อน หรือคนที่เคยเล่นแล้วต้องการทบทวนความจำ บางส่วนเป็นความเข้าใจผมเอง ถ้าผิดพลาดก็ขออภัย เอาแบบคร่าวๆพอนะ 

Darkspawn : เกิดจากพวก Mage ที่ไปทำเวทต้องห้าม ถูกกลืนกิน(Corruption) หรืออย่างไรก็ตามแต่ พวกนี้โผล่มาจากเมืองใต้ดิน (อาณาจักร Deep Road) เพื่อทำลายทุกอย่าง กระทั่งพวกมนุษย์ทุกคนกำลังจะแพ้ กลุ่มที่เรียกตัวว่า Grey Warden (ผู้พิทักษ์สีเทา) ก็ปรากฏตัว พวกเขามาจากหลายเผ่าพันธุ์ ทุ่มทุกอย่างเพื่อหยุด Darkspawn ให้จงได้ และพวกเขาก็ชนะในที่สุด กระทั่งเวลาผ่านไป 4 ศตวรรษ กองทัพ Darkspawn กลับมาอีกครั้ง แต่ Grey Warden เหลือน้อยคน ผู้ที่กู้วิกฤติครั้งนั้นได้คือตัวเอกของเราในภาคแรก Grey Warden น้องใหม่ที่สามารถรวบรวมชนเผ่าทุกเผ่ามาปรองดอง ทวงบัลลังค์คืนให้แก่กษัตริย์ Alistair ผู้เป็นพวกพ้องของเขาเอง และสังหาร Archdemon ได้ในที่สุด ในภาคสองถูกขนานนามว่า Hero of Ferelden 

Mage : คือคนที่ใช้เวทได้ เป็นเหมือนพรสวรรค์ที่ตกจากฟ้า บางคนเกิดมาก็มีเวทมนตร์เอง แต่เป็นเพียงส่วนน้อย คนพวกนี้จะถูกส่งตัวไปกักขังที่ Circle of Magi ตามกฏหมายเนื่องด้วยเหตุผลว่าคนที่เป็นเมจสามารถติดต่อสู่โลกอีกมิติที่เรียกว่า Fade ได้ซึ่งในโลกนั้นมีพวกปีศาจร้ายอยู่ และถ้าเมจถูกปีศาจสิงเข้าจะเกิดภัยมหันต์ เพราะเหตุนี้เมจจึงต้องมีการควบคุม นอกจากนี้เมจยังมีเวทเลือดต้องห้ามอยู่ ซึ่งเป็นเวทที่มีพลังทำลายล้างมหาศาลแต่ก็จะถูกปีศาจครอบงำได้ง่าย ผู้ใช้เวทเลือดจะถูกเรียกว่า Blood Mage และจะถูกฆ่าล้างโดยไม่ละเว้นทั้งจาก Templar และ Mage อื่นเอง 

Templar : กองกำลังฝึกฝนตนเองเพื่อต่อสู้กับ Mage โดยเฉพาะ กลุ่มคนพวกนี้มีขึ้นเพื่อควบคุม Mage ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง พวกเขาเสพ lyrium (แร่ชนิดหนึ่ง) เพื่อให้ตัวเองมีพลังแฝงพอที่จะต้านทานเวทมนตร์ได้ กองทัพ Templar ปกติจะคอยดูแลหอ Circle of Magi และคอยตามจับเมจที่หนีหรือไม่ยอมเข้า Circle of Magi และเรียกพวกเมจหนีทหารนี้ว่า Apostle และใครที่ไม่เชื่อฟังก็สามารถลงโทษได้โดยการใช้ยา Tranquil ซึ่งทำให้เมจคนนั้นสูญเสียพลังเวทตลอดไป แถมยังสูญเสียอารมณ์ความรู้สึกอีกด้วย

Chantry : กองกำลังทางศาสนา เหล่า sister มีอยู่เพื่อปกป้องไม่ให้ศาสนาแปดเปื้อน ไม่ให้ใครดูถูก Maker (พระเจ้า) 



Prologue 


คนแคระคนหนึ่งถูกจับไปไต่ส่วน คนแคระคนนั้นมีนามว่า Varric และผู้ไต่สวนคือ sister มาดแมนชื่อ Cassanda เธอต้องการรู้ว่าแชมเปี้ยนอยู่ที่ไหน หลังจากนี้จะเป็นการเล่าเรื่องย้อนอดีตของ Varric ทั้งหมด คุณจะได้เล่นเป็น Hawke กับน้องอีกคนนึงเผชิญกับฝูง Darkspawn แต่ไม่ต้องตกใจในความง่าย เพราะนั่นเป็นการคุยโม้ของ Varric เท่านั้น เมื่อให้คุณได้ทดสอบกับการต่อสู้และสกิลใหม่ๆจนพอใจแล้ว ของจริงจะมาถึง 


Begining เริ่มเกมส์


จุดเริ่มต้นของ Hawke จะอยู่ในเวลาที่กองทัพ Darkspawn กำลังโหมตีอาณาจักรชื่อ Ferelden ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับตัวเอกเราในภาคแรก เมือง Lothering ถูกตีแตก Hawke อพยพมาพร้อมแม่และน้องอีกสองคน เนื่องจาก Hawke กับน้องชายนั้นถือได้ว่าเป็นทหารที่เคยออกสงครามมาแล้วที่ป้อม Ostagar ส่วนน้องสาวเราก็เป็น Apostle จึงเป็นกลุ่มคนที่แข็งแกร่งพอควร 

เดินลุยไปตามทาง ลองฝึกเซ็ตแท็คติกให้ตัวละคร เวลาบทสนทนาจะเห็นมี 3 ตัวเลือกประจำ ไม่ต้องคิดมาก นั่นเป็นแค่การแสดงบุคลิกภาพที่เราต้องการให้ Hawke แสดงออกมาเฉยๆ (ศึกษาได้จากสัญลักษณ์คำแปลในหน้าแรก) ถ้าเกี่ยวกับทางเลือกมักจะมีสัญลักษณ์อื่นมาปน 

เราจะปรึกษากันว่าจะหนีไปเมือง Kirkwall ที่อยู่นอกอาณาจักร Ferelden เพราะเนื่องจากแม่เรามีพี่ชายพักอยู่ที่นั่น (ก็คือลุงเรานั่นแหละ) และครอบครัวเราก็ถือเป็นชนชั้นสูงที่มีอันจะกินของ Kirkwall ด้วย ... เราจะได้พบสองสามีภรรยา Aveline และ Wesley ที่หนีตายมาเหมือนกัน Wesley เป็น Templar แสดงท่าทีเกลียดชังต่อน้องสาวเราที่เป็น Apostle อย่างชัดเจน แต่เพื่ออยู่รอดต้องร่วมมือกันก่อน 

กระทั่งเผชิญกับเจ้า Orge เมื่อเราเอาชนะได้ เราจะได้รับการช่วยเหลือจากแม่มดแห่งป่านามว่า Flemeth เธออาสาช่วยให้เราข้ามไปยังเมือง Kirkwall อย่างปลอดภัย โดยแลกกับการที่นำของสิ่งหนึ่งไปมอบให้กับ Keeper เอลฟ์เผ่า Dalish ที่อยู่ละแวกนั้นเป็นการตอบแทน เราไม่มีทางเลือกจึงตอบตกลง โชคร้ายสำหรับ Wesley ที่เขาถูกพิษจากเลือดของ Darkspawn เข้า ซึ่งเป็นพิษที่ร้ายแรงมาก ว่ากันว่ามีเพียงผู้พิทักษ์สีเทา (Grey Warden)เท่านั้นที่รู้วิธีแก้พิษ เมื่อไม่มีทางเลือกเราจึงต้องทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ หลังจากมาถึงท่าเรือแล้ว เราก็ล่องเรือข้ามทะเลไปยังเมือง KirkWall 

Tips and Tricks 
ในการต่อสู้กับ Orge นั้นให้เราพยายามหลบการโจมตีของมัน เล็งฆ่าลูกน้องก่อนจนเหลือมันตัวเดียว มันจะมีท่าโจมตีอยู่ 4 แบบ 
1.โจมตีปกติ : ให้อ้อมไปด้านข้างจะหลบได้
2.กระแทกพื้น : มันจะชูมือสูง ให้เอาตัวละครออกจากระยะประชิดทันที
3.วิ่งชน : เห็นตั้งท่าวิ่งก็เคลื่อนหลบเลย
4.ขว้างหิน : เอาตัวระยะไกลที่โดนเล็งวิ่งหนี 
ท่า 2 , 3 , 4 มันโดนพวกเดียวกันได้ด้วย สกิลหยุดทุกๆท่าจะช่วยได้มากครับ

ตัวอย่างคลิปสู้ orge นะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=9G6DXmjnnC8
http://www.youtube.com/watch?v=8fbdZCZUlRk 
เป็น nightmare ทั้งสองคลิป รายละเอียดผู้เล่นดูที่หมวดคลิปข้างล่างๆได้ครับ
1 Orge ถ้าเจอให้เราวิ่ง ถอยหลังไปรวมกันที่จุดที่เจอกลุ่มธนู และ นักเวทย์ ตรงพื้นที่ด้านล่างจะดีกว่า ทำให้เราไม่ถูกรุม จากศัตรูที่มาจากทุกทิศ และศัตรูตอนแรกที่ปรากฏตัว มา จะมีแค่ 1 Orge และ 2 Darkspwan
Kirkwall อันยิ่งใหญ่ สมัยก่อนคืออาณาจักร Imperium ที่คุมขังพวกข้าทาสเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากพวกทาสพากันปฏิวัติ ตอนนี้ถูกปกครองโดยเหล่า Templar ซะมาก และยังใช้คุกเก่าเป็นสถานที่กักขังเมจแทนด้วย เรียกว่าที่นี่คือ Circle of Magi เลยก็ว่าได้ ... คุณจะเห็นว่าพวก Templar ไม่ยอมให้ผู้อพยพจากทวีป Ferelden เข้าไปเพราะไม่อยากให้มีขอทานในเมืองไปมากกว่านี้ (อารมณ์คนไทยไม่อยากให้พวกพม่าจนๆเข้าประเทศนั่นแหละ) เว้นแต่คุณจะมีเงินมากพอก็เข้าไปได้ (ใต้โต๊ะไงครับท่าน) 

หลังจากคุยกับหัวหน้า Templar และฆ่าพวกประท้วงงี่เง่าแล้ว เขาจะช่วยตาม Gamlen ซึ่งเป็นลุงเรามาให้ เมื่อเจอลุงเรา เราจะพบว่าลุงของเราตอนนี้สิ้นเนื้อประดาตัว ทรัพย์สมบัติหรือแม้แต่คฤหาสน์ของตาเราตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว แต่เขารู้จักกลุ่มคนที่พอจะช่วยเราเข้าไปได้ กลุ่มแรกคือพวกพ่อค้าเร่ที่มีหัวหน้าชื่อ Meeran กับอีกกลุ่มคือแก๊งส่งของที่มีหัวหน้าชื่อ Athenril ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีเงินพอที่จะช่วยเราเข้าเมือง แต่มีข้อแม้คือเราต้องทำงานกับคนเหล่านั้นเพื่อใช้หนี้นี้เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเราก็ไม่มีทางเลือกอื่นเพราะไม่ว่าจะเป็นเมืองไหนตอนนี้ก็ไม่เปิดรับคนจาก Ferelden ทั้งนั้น 

จะเลือกทำกับ Meeran หรือ Athenril ก็ได้ตามใจ พวกเขาจะให้บททดสอบคุณมา 1 อย่าง ของ Meeran ให้ไปฆ่าศัตรูของเขา Athenril ให้ไปทวงหนี้ เมื่อทำเสร็จพวก Hawke ก็ได้เข้าเมือง Kirkwall ด้วยวิธีนี้




________________________ 

++ ACT I : Deep Road Expendition ++


1 ปีผ่านไป มรสุมของเหล่า Darkspawn ได้จบลงแล้วด้วยน้ำมือของ Hero of Ferelden พระเอกภาคแรก ขณะที่ในเมือง Kirkwall นั้น Hawke กับน้องหมดสัญญาว่าจ้างกับนายจ้างของเราแล้ว ตอนนี้ทั้งคู่กลายเป็นพี่น้องถังแตกหิวเงินสุดๆ Bartrend คือคนแคระนักธุรกิจที่กำลังจะจัดกองคาราวานบุกเข้าไปค้นหาสมบัติในเมืองใต้ดิน (Deeproad) เพราะคิดว่าตอนนี้พวก Darkspawns คงไม่มีแล้ว ... Hawke กับน้องพยายามขอสมัครเป็นทหารคุ้มกัน แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยเพราะ Bartrend ไม่คิดจะจ้างคนที่ไม่รู้ฝีมือมาก่อน (แหงล่ะ ถ้ามันรู้ถึงฝีมือพระเอกกับน้องเราว่าในอนาคตนี่ฆ่าได้ทั้งมังกร ทั้งแมงมุมยักษ์ สารพัดปีศาจ ฝ่าดงเมจ กระทืบ Templar บลาๆ มันคงรีบก้มกราบว่าจ้างไปแล้ว) 

Varric แสดงฝีมือเล็กน้อย และมาแสดงตัวกับเรา (ไม่รู้มันโม้ป่าว โผล่มาแบบเท่ห์มาก) เขาเป็นน้องชายของ Bartrend และบอกว่าสนใจในตัวเราสองพี่น้อง เขายังรู้ด้วยว่าพวกเรามีฝีมือไม่ธรรมดา เขาไม่ได้คิดเสนอให้ Bartrend รับเราเป็นทหารคุ้มกัน แต่กลับพูดในสิ่งที่เวอร์ยิ่งกว่าคือจะให้เราไปในฐานะหุ้นส่วน (Partner) เพราะ Bartrend เองก็กำลังต้องการระดมทุนอยู่ ถ้าเรามีเงิน 50 เหรียญทอง Bartrend ต้องยอมตกลงแน่นอน และสมบัติที่ได้จากการไปสำรวจเมืองใต้ดินครั้งนี้จะถูกแบ่งมาให้พวกเราด้วยในอัตราส่วนที่เท่าเทียมกันซึ่งมันไม่ใช่แค่เงินค่าจ้างธรรมดาๆแล้ว แต่มันมากพอที่จะทำให้เรากลายเป็นเศรษฐีได้เลย โดย Varric จะช่วยในเรื่องช่องทางหาเงินให้ แค่ใช้ฝีมือของเราร่วมกับเขาเท่านั้น เราเองก็ตกลงที่จะเสี่ยงดู 

สำรวจเมืองคร่าวๆดูก่อน Kirkwall แบ่งออกเป็นหลายๆส่วน เมื่อสำรวจจนพอใจแล้วให้เราไปที่บ้านเราที่ตั้งอยู่ที่ Lowtown ไปถึงแล้วจะพบกับความสุดแร้นแค้นของครอบครัวเรา สำรวจหีบเก็บของสำหรับคนที่ลง DLC จะได้อาวุธดีๆมาใช้ 

ผมจะเริ่มด้วย Quest หาเพื่อนเป็นอย่างแรกเพื่อรวบรวมสมาชิกนะครับ อยากได้ใครเป็นตัวจริงก็เลือกทำของคนๆนั้นก่อนได้เลยครับ แล้วก็ระหว่างทางใช้เงินกันประหยัดหน่อยนะครับ เพราะเป้าหมายหลักของเราคือสะสมให้ได้ 50 Gold เพื่อไปให้ Bartrend ครับ 




1.A Friend in the Guard (Aveline)

: ไปที่ Viscount Keep ผ่านทาง Hightown ที่นั่นเป็นเหมือนศูนย์ราชการของเมือง (Viscount คือชื่อของจ้าวเมืองนี้) ฐานของเหล่าทหารยามก็อยู่ที่นี่ด้วย เราจะพบว่า 1 ปีที่ผ่านมา Aveline ได้สมัครเป็นทหารยามในเมืองซึ่งก็ดูจะเหมาะกับเธอดี เธอรับปากจะช่วยเรา และก็มีเรื่องที่ร้องขอเราเหมือนกัน 


2.Tranquility (Anders) 


: มาที่บาร์ hangman Varric จะบอกเราว่าก่อนลง Deep Road จำเป็นต้องมีแผนที่เสียก่อน โชคดีที่เขาได้ข่าวว่ามี Grey Warden คนนึงอยู่ในเมืองตอนนี้ซึ่งน่าจะช่วยเราได้บ้าง ให้เราไปถามข้อมูลจากหญิงสาวที่คอยช่วยผู้อพยพ เธอจะบอกว่า Grey Warden คนนี้เป็นคนดี คอยช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้กับคนยากจนโดยไม่คิดเงิน ที่เธอไม่อยากบอกตอนแรกเพราะกลัวว่าเราเป็นพวก Templar จะมาจับเขาไป 

ที่ DarkTown เราจะได้พบ Anders ซึ่งเขามีแผนที่ลง Deep Road แต่เขาจะให้เราก็ต่อเมื่อเรายอมร่วมมือกับเขาในการช่วย Karl เพื่อนเมจเขาออกมาจากคุกที่พวก Templar เฝ้าอยู่ได้ 

ไปที่ Hightown ตอนกลางคืนจนถึงจุดนัดพบกับ Anders เมื่อลอบเข้าไปถึงปรากฏว่า Karl นั้นโดนTemplar ให้ยา Tranquil จนกลายเป็นไร้ซึ่งเวทไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกไปแล้ว ตอนนั้น Anders ก็ระเบิดพลังออกมา เก็บกวาดพวก Templar ให้หมด Karl เหมือนจะฟื้นกลับมามีอารมณ์ความรู้สึกอีกครั้ง เขาขอร้องให้เราฆ่าเขาทิ้งก่อนที่เขาจะกลับสู่สภาวะไร้อารมณ์และตกเป็นทาสของ Templar (ความจริงแล้วภาคแรก Tranquil ถึงจะไร้อารมณ์แต่ก็ยังควบคุมความคิดตัวเองได้นะ ภาคนี้ Tranquil กลายเป็นยาล้างสมองไปเลย) จะทำยังไงก็แล้วแต่เรา

ที่ Darktown นาย Anders จะบอกเราถึง Justise วิญญาณที่สิงอยู่ในร่างเขาอีกคน เดิมที Justice เป็นวิญญาณดีที่สิงอยู่ในร่างที่ไร้วิญญาณ แต่เพราะเวลาผ่านไปร่างนั้นเน่าสลายแล้ว เขาจึงยอมให้ Justice อาศัยร่างนี้อยู่ได้ แต่กลับมีผลที่ไม่คาคคิดคือ Justice ได้ถูกอารมณ์ของเขาครอบงำจนกลายเป็นวิญญาณที่น่ากลัวซึ่งบางทีเขาก็ควบคุมไม่ได้ (อยากรู้เรื่องราว Justise แนะนำเล่นภาค Awakening ครับ) Anders มอบแผนที่ให้เรา และตกลงช่วยเหลือเราตามสัญญา 


3. Long Way Home (Merril) 


: เดินทางไปยังหุบเขา Sundermount ที่อยู่ของเผ่าเอลฟ์ Dalish เราจะแจ้งต่อ Keeper Marethari ที่นั่นว่าเรานำสร้อยจาก Flemeth มามอบให้ แต่ Marethari บอกว่าหน้าที่เรายังไม่จบ เราต้องนำสร้อยนี้ไปทำพิธีบนหุบเขาด้วยแล้วนำกลับมาให้เธออีกทีถึงจะถือว่าเสร็จภารกิจ ซึ่งเอลฟ์สาวชื่อ Merril จะเป็นคนนำทางเราไป และหลังจากจบเรื่องเราต้องพา Merril ไปด้วย อาจจะแปลกไปหน่อยแต่นี่คือลิขิต 

เจอ Merril เธอจะบอกที่เธอต้องการไปจากที่นี่เพราะเธอมีเรื่องขัดแย้งกับ Marethari บางอย่าง บุกไปตามทางจะพบว่า Merril ไม่ค่อยเป็นที่นิยมที่นี่เท่าไหร่นัก (แปลก ออกจะน่ารัก XD ) ที่สำคัญเมื่อไปเรื่อยๆจะพบว่าเธอไม่ใช่เมจธรรมดาแต่เป็น Blood Mage ซะด้วย 




กระทั่งถึงแท่นบูชาเราจะพบกับเรื่องเซอร์ไพรซ์อย่างมาก นั่นคือสร้อยของเราได้ชุบชีวิต Flemeth ขึ้นมาใหม่ สร้อยนั้นมีเศษเสี้ยววิญญาณของเธออยู่ ทั้งหมดเป็นแผนการที่เธอวางไว้แต่แรก เพราะตามเนื้อเรื่อง พระเอกภาคแรกได้สังหารเธอไปแล้ว แต่ Bioware มาแก้พล็อตใหม่โดยให้เธอคืนชีพอีกครั้งในภาคสองด้วยฝีมือของ Hawke หุๆ 

กลับไปคุยกับ Keeper ก็จะจบเควสครับ 


4.Fool Rush In (Isabella) 


: เควสนี้จะทำได้ต่อเมื่อเราจบเควสของ Anders แล้ว ให้เราไปที่บาร์ Hangman เราจะเจอกับเธอ อิสซาเบลล่านัดดวลกับคนๆนึงไว้ แต่เพราะกลัวอีกฝ่ายลอบกัดเลยอยากขอให้เราช่วยระวังหลังให้เธอหน่อย 

ไปที่ High Town ตอนกลางคืน เราจะพบว่าอีกฝ่ายเล่นสกปรกจริงๆ เข้าช่วยและเก็บจดหมายจากศพ ติดตาม Isabella ไปจนเจอตัวการที่ซ่อนอยู่ที่ Chantry หมอนี่บอกเราว่า Isabella ทำเรือบรรทุกสินค้าของกลุ่มเสียหาย แถมยังทำคัมภีร์ล้ำค่าหายไปด้วย Casilion ผู้เป็นนายใหญ่จะต้องไม่ปล่อยเธอไว้แน่ จะยังไงช่าง จัดการหมอนี่พร้อมพรรคพวกมันซะ แล้ว Isabella จะมาเป็นพวกเราอีกหนึ่งคน 


5.Bait and Switch (Ferris)

: เราได้เควสนี้จากจดหมายที่บ้าน ไปพบคนแคระที่ low town ตอนกลางคืน เขาจะวานให้เราไปเอาของอย่างหนึ่งที่ถูกขโมยไป แต่เมื่อเข้าไปในบ้านร้างที่ lowtown จะพบว่าไม่มีของ พอเราออกมาก็ถูกศัตรูล้อมไว้ จัดการหมดแล้วเดินกลับมา Ferris จะปรากฏตัว เขาขอโทษที่หลอกเราและบอกตนเองเป็นทาส และพวกที่ตามล่านั้นก็ตามมาเพื่อจะเอาเขาที่เป็นทรัพยสินของพวกมันกลับไป ดูเหมือนของในกล่องจะเป็นสิ่งที่ Ferris ตามหาอยู่ เขาขอความร่วมมือเราอีกครั้งโดยให้เราช่วยเขาจัดการ Danarius เจ้านายเมจเก่าของเขาเองที่คอยส่งคนมาตามล่าเขา 

บุกไปที่บ้านของ Danarius ใน High Town หลังจากสู้กับพวกผีจนหมดจะพบว่า Danarius ได้หนีไปก่อนเสียแล้ว กลับมาข้างนอกจะพบว่า Ferris เองมีความเกลียดชังในตัวเมจอยู่ไม่น้อยเลย อาจเพราะเขาเคยถูกควบคุมโดยเมจมาก่อน รอยสักตามตัวเขาก็เป็นสิ่งที่เจ้านายเขาฝากให้ เพราะมันมีพลังของ Lyruim แฝงอยู่ภายในทำให้ Danarius คิดจะเอามันกลับมาแม้จะต้องเลาะจากศพ Ferris ก็ตาม ยังไงก็แล้วแต่ Ferris ตกลงช่วยเหลือเราเป็นการตอบแทน 


6.Duty (Sebastian)


: สำหรับคนลง DLC The Exiled Prince นะครับถึงจะเล่นได้ ให้เราไปหน้าที่ Chantry จะได้พบฉากที่ Sebastian กำลังพูดถึงการล้างแค้นเหล่ามือสังหารที่ฆ่าล้างตระกูลของเขา ให้เราอ่านใบประกาศที่แปะอยู่หน้า Chantry ในการรับเควส แล้วไปกวาดล้างพวกกลุ่มมือสังหาร Flint ให้หมด มีอยู่ 3 ที่นะครับ เมื่อจบแล้วไปคุยกับ Sebastian ที่ Chantry เขาจะให้เงินตอบแทนเรา

เราจะได้ใช้ Sebastian ใน ACT 2 นะครับ 


.........



เอาล่ะ ตอนนี้เราจะได้คนครบหมดแล้ว ต่อไปก็เก็บ Quest อื่นๆกันเพิ่มนะครับ อันสำคัญๆที่ห้ามพลาดมีดังนี้ 



BirthRight 


ตั้งตอนคุยกันในบ้าน น้องเราอยากจะไปสืบความจริงเรื่องที่ว่าในพินัยกรรมของพ่อก่อนตายไม่ได้เขียนให้สมบัติกับแม่เราไว้เลยจริงหรืออย่างที่ Gamlen พูด ซึ่งมันอยู่ในคฤหาสน์ของตาเราที่ Gamlen ไปขายให้กับพวกคนไม่ดี (เหมือนจะพวกค้าทาสผมไม่แน่ใจ) 

ไปที่ Darktown โดยใช้กุญแจที่แม่เรามีจะมีสามารถเข้าสู่คฤหาสน์เราจากใต้ดินได้ จัดการพวกค้าทาสกระทั่งเข้าถึงห้อง Vault ได้ เราจะเก็บ Grandfather Will (น่าจะเป็นพินัยกรรม) ของตาเราได้

กลับไปที่บ้าน ความจริงจะกระจ่างนั่นคือพินัยกรรมของตาเราก่อนตายได้ระบุชัดเจนว่าสมบัติทั้งหมดจะต้องตกเป็นของแม่เราและพวกเรา แต่ Gamlen กลับหุบไปใช้เอง แถมยังผลาญจนหมดอีกต่างหาก ซึ่ง Gamlen ก็อ้างว่าเพราะ Lendra มัวแต่หนีตามชายคนรักไปจะให้เขารอได้ยังไง ... อย่างไรก็ตาม Lendra แค่รู้ว่าพ่อแม่ไม่ได้โกรธเธอก่อนตายเธอก็พอใจแล้ว และเธอตั้งใจที่จะเรียกร้องสิทธิของคฤหาสน์กลับคืนมา แต่แน่นอนว่ามันต้องใช้เงินเยอะน่ะนะ 


The Way It Should Be 


จำที่ Aveline เคยขอร้องเราตอนเจอเธอที่ Keep ได้ไหม ได้เวลาช่วยเธอล่ะ ไปที่ฐานรักษาการณ์และคุยกับเธอเรื่องงาน เธอบอกเธอรู้เกี่ยวกับแหล่งที่อยู่พวกแก๊งที่ชอบปล้นสะดมกองคาราวาน เราน่าจะไปจัดการพวกมัน และก็น่าจะได้รางวัลกับความดีความชอบซึ่ง Aveline จะเปิดโอกาสให้เราได้ในสิ่งนี้ 

ไปที่ Sundermount ที่ชอบถูกดักปล้น เก็บกวาดจนหมดแล้วเมื่อกลับมาที่ป้อม เรากลับพบว่าแทนที่จะได้รางวัลกลับโดนหัวหน้า Brenan ด่าแทน Aveline เริ่มรู้สึกล่ะว่ามันต้องไม่ชอบมาพากลแน่ๆ เมื่อเราดูเวรยามแล้วพบว่านายหัวหน้าทำการสลับการส่งของไปให้ guard ที่ชื่อ Donnic เอาเอกสารข้อมูลสำคัญไปในคืนนี้แทน เราจึงตัดสินใจไปเฝ้าระวังการย้ายของในคืนนี้

ที่ Lowtown กลางคืน หลังจากเข้าไปช่วย Donnic แล้ว ให้กลับไปที่ป้อมเพื่อเปิดโปงเรื่องทุจริตทั้งหมด Aveline จะได้รับรางวัลตอบแทนเป็นหัวหน้ายามในอีก 1 เดือนข้างหน้า 



The Bone Pit 


: อ่านจดหมาย แล้วคุยกับ Hubert ชายที่ขายของใน Lowtown เขาจะบอกเราว่าเขามีเหมืองอยู่ชื่อ Bone pit แปลไทยได้ว่าเหมืองกระดูก = =? เราจะบอกว่าชื่อนี้ไม่เป็นมงคลเลยนะ (และยิ่งเราเล่นไปเรื่อยเราจะรู้ว่าเหมืองนี้มันสมชื่อสุดๆ) แต่ตอนนี้คนงานของเขาหนีออกมาหมด เขาส่งคนไปเช็คก็เงียบหาย ตอนนี้เขาต้องการรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นที่นั่นกันแน่ 

ที่เหมือง Bone Pit เข้าไปข้างในจะพบว่าที่นั่นถูกฝูงมังกรโจมตี จะมีมังกรทั้งตัวเล็กและตัวปานกลาง สำหรับตัวปานกลางให้เราพยายามใช้สกิลหยุดก็จะช่วยได้ กระทั่งถึงชั้นบนสุดเราจะได้สู้กับมังกรที่โตเต็มวัย จัดการมันซะ แล้วกลับไปหา Hubert ที่ Hightown เขาจะขอบคุณและยื่นข้อเสนอให้เราเป็นผู้คุ้มกันเหมืองเอาไหม แล้วเขาจะแบ่งรายได้จากเหมืองให้เรา เมื่อเราตอบตกลง และไปช่วยเขาพูดให้กับคนงานเหมืองที่หนีตายออกมาให้กลับไปทำงานใหม่ เควสก็จะจบครับ 

Tip or Tricks 
ในการสู้กับมังกรตัวโต ให้คุณพยายามใข้ตัว tank ล่อ แล้วขยับหลบการโจมตี ในขณะที่ตัวอื่นจู่โจมไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถชนะได้โดยอาจไม่ต้องใช้ยาเลยครับ และก็ใช้การโจมตีธาตุน้ำแข็งจะได้ผลดีเป็นพิเศษ 

คลิปสู้ nightmare นะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=qs50mjnZyM0
http://www.youtube.com/watch?v=HCeOO3keHik



Magister Order


เควสนี้จริงๆไม่ได้สำคัญ แต่เพราะมันมีส่วนผสมของเควสสมุนไพรที่เราต้องใช้ ดังนั้นเราจึงต้องทำครับ เราจะทำเควสนี้ได้ต่อเมื่อเราจบเควส Birth Right แล้ว 

ไปคุยกับขุนนาง Vanard ใน Hightown จะได้ความว่าเขาต้องการให้เราไปจับนักโทษที่หนีออกมาคนหนึ่งซึ่งที่ที่หมอนั่นซ่อนตัวอยู่ก็มีพวกปีศาจอยู่ซะด้วยทำให้ส่งทหารเข้าไปจับกุมตัวออกมาไม่ได้ แต่เหมือนเรื่องนี้จะมีลับลมคมใน เพราะนาย Vanard ไม่อยากส่งทหารไปเพิ่มเลยจะจ้างเราแทน ครั้นเราเสนอให้ปล่อยนักโทษคนนั้นให้โดนปีศาจกินไปเลยดิจะได้จบนาย Vanard ก็ไม่ยอมอีก 

ไปที่ Abandon Ruin (ซากปรักหักพังที่ถูกทิ้งร้าง) ที่นั่นเราจะพบกับทหารยามที่ไม่ยอมเข้าไปลากตัวนักโทษออกมา ที่สำคัญกว่านั้นคือมีเอลฟ์คนหนึ่งมาบอกเราคนร้ายที่อยู่ในนั้นจับลูกสาวของเขาไป ก่อนหน้านี้คนร้ายคนนี้ก็จับเด็กๆเอลฟ์ไปฆ่าเป็นโหลแล้วแต่ก็ยังถูกปล่อยลอยนวล เขาขอร้องให้เราฆ่าคนร้ายแทนที่จะจับส่งทางการ 

ในถ้ำคุณจะได้เจอพวกแมงมุม หนึ่งในศพพวกนั้นนั้นจะมี Spider Gland ที่เป็นของผสมสมุนไพรต้องเก็บมาด้วยนะครับ

ฝ่าดงศัตรูมากระทั่งเจอเด็กน้อย Elf เธอจะเล่าว่าผู้ชายที่จับเธอมานั้นเหมือนจะทำร้ายเธอ แต่จู่ๆก็ไปร้องไห้แล้วบอกประมาณตัวเขาถูกปีศาจสิงอยู่ทำให้ทำเรื่องไม่ดี เมื่อเราไปนายฆาตกร เราจะพบว่านายนี่ไม่ได้ถูกปีศาจเข้าสิงหรอก มันโรคจิตเองมากกว่า ที่สำคัญขุนนางคนนั้นเป็นพ่อของหมอนี่เอง พ่อเลยอยากปกป้องลูกไว้ จะจัดการยังไงก็ตามสบายนะครับ 




Herbalist Task


งานหาสมุนไพร ที่ให้ทำเพราะส่งผลใน ACT 2 ให้คุณไปคุยกับผู้หญิงที่อยู่หน้า Chantry คุณจะได้รับเควส Enemies Among Us เพื่อที่จะได้ไปที่ Gallows ได้ ให้คุณไปที่ Gallows ทางด้านซ้ายมีพ่อค้าขายยาชื่อ Sotivus คุยกับเขา เขาจะให้เราหาสมุนไพร 3 อย่าง คุณได้ Dragon Fang มาแล้วจาก The Bone pit และ Spider Silk จะเควส Magister Order อย่างสุดท้าย Ironbark ให้เอาจาก Dalish แคมป์โดยไปถามจากคนขาย และไปเอามันมาจากพื้นที่ที่ถูก Darkspawn ครอบครอง แล้วกลับมาคุยกับนายคนนี้อีกทีก็จะจบเควสครับ

..........


เอาล่ะ ต่อจากนี้ผมจะเข้าเควสหลักของ ACT 1 แล้วนะครับซึ่งเป็นเนื้อเรื่องบังคับที่เราต้องเผชิญ ก่อนที่เราจะเดินทางไป Deep Road ใครอยากทำ Side Quest อื่นๆระหว่างทางให้ทำได้เต็มที่ตามสบายครับ 





MAIN QUEST เควสแล้วว วววววว !! 


Black powder


คุณจะได้เควสนี้ระหว่างทางไป Sundermount หรือ Wound Coast ... คนแคระ ชื่อ Javaris ถูกรุมอยู่ เมื่อคุณเข้าช่วยและหลังจากเขาเห็นฝีมือคุณ เขาคุยเรื่อง Arishok ผู้นำกลุ่ม Qun และเรื่องดินปืนของพวก Qunari (เผ่าพันธุ์แห่งนักรบ) ซึ่งเขาพยายามจะขอซื้อจาก Arishok ที่นำเรือมาเทียบท่าอยู่ตอนนี้ แต่ Arishok ไม่ยอมขายให้และยังท้าว่าหากเขาสามารถจัดการกลุ่ม Tal Vashoth ซึ่งเป็นพวก Qunari ที่ทรยศได้ก็จะยอมขายให้

Javaris ได้ขอร้องให้เราไปฆ่า Tal Vashoth แทนเขา ให้เราไปที่ Wound Coast ไปที่ถ้ำกบดานของพวกมัน ลุยไปเรื่อยๆ ระวังตัว Qun Mage ด้วย (มันชื่อ Marass อะไรซักอย่าง) เมื่อชนะแล้วให้ไปที่ท่าเรือ เข้าไปในส่วนพื้นที่ของ Qunari และนี่จะเป็นครั้งแรกที่คุณได้พบกับ Arishok .. ผู้นำทัพของเหล่า Qunari ที่น่าเกรงขาม 

แต่ปรากฏการสนทนาไม่เป็นดั่งคาด Arishok บอกว่า Javaris ทึกทักเอาเองเรื่องข้อตกลง ที่สำคัญ Javaris ก็ไม่ได้เป็นคนจัดการ Tal Vashoth ด้วยตนเอง และเราก็จบเควสโดยได้เงินตอบแทน 


Sheperding Wolves


ไปที่ Lowtown ตอนกลางคืน เราจะพบ Sister Petrice (อ่าส์ ในที่สุดก็ได้เจอคนที่ผมอยากฆ่าที่สุดใน DA 2 เสียที จะเพราะอะไรก็เล่นไปเรื่อยๆละกันครับ) เธอกำลังหาคนไปทำงานด้วยอยู่ แต่ดันคุยผิดคนคือไปคุยกับพวกโจรแทน เมื่อช่วยแล้ว เธอเสนอให้เราไปคุยงานที่ Safe House 

ที่ Safe House เธอจะบอกที่หน้าที่ของเรา นั่นคือเธออยากให้เราช่วยคุ้มกันเมจ Qun คนหนึ่งที่ถูก Templar จับกรอกยาจนหมดสภาพ ... เพราะเมจคนนี้ทรยศต่อพวกพ้อง (ถ้าผมแปลไม่ผิด คือ แปรพักตร์เป็น 1 ในกลุ่ม Tal Vashoth) และ Viscount จ้าวเมืองจับกุมไว้ได้และตัดสินใจส่งตัวกลับไปให้ Arishok ซึ่งถ้าทำแบบนั้นเมจ Qun คนนี้จะต้องตาย ด้วยความสงสารเธอจึงอยากให้เราช่วยส่งเมจคนนี้ไปนอกเมืองให้ได้รับอิสรภาพโดยที่นี่มีทางลับใต้ดินออกนอกเมืองได้ 

ที่ใต้ดินสู้โดยระวังกับดักตลอดทาง 

ใกล้ทางออกจะมีกล่องสมบัติ เกราะขาชุดเซ็ต ACT 1 อยู่นะครับ หยิบด้วย
ที่ทางออกเราจะพบกับเรื่องเซอร์ไพรส์ นั่นคือเจอกับกลุ่มนักรบ Qunari ซึ่งพวกนี้ตามล่ากลุ่ม Tal Vashoth ที่มาเข่นฆ่าคนของเขาอยู่ และเขาตามร่องรอยการหลบหนีมาถึงจุดนี้ซึ่งทางพวกเราเองก็มีพวก Tal Vashoth อยู่ในกลุ่ม ดังนั้นเราจึงเถียงไม่ขึ้น เขาต้องการให้เราส่งคน ซึ่งยังไงการต่อสู้ก็ต้องเกิด ที่ไม่น่าเชื่อก็คือนาย Qun เมจคนนี้ยอมที่จะตาย ถึงเราจะช่วยฆ่าพวกนั้นจนหมด นาย Qun เมจก็ยังยืนกรานรับความตายของตัวเองอยู่ดี 

ให้กลับไปคุยกับ sister Petrice เราจะพบกับความจริงนั่นคือทุกอย่างมันถูกวางแผนไว้แต่แรก (Set up) เธอต้องการให้เราพา Qun เมจหนีออกไปและถูกพบเจอ โดยร่องรอยที่เธอทิ้งไว้ล่อให้กลุ่ม Qun มาเจอเราที่หน้าถ้ำ เป้าหมายของเธอก็คือต้องการให้พวก Qunari มาเข่นฆ่าคนในเมือง Kirkwall เพื่อให้ทาง Chantry ได้เห็นว่าพวก Qun เนี่ยมันไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายหรอก หรือง่ายๆคือเธอจ้างเราไปตายชัดๆ ทั้งยังจะโบ้ยเรื่องนี้ไปยังพวก Qun แต่ผิดคาดไปหน่อยที่เราเป็นฝ่ายเก็บพวก Qun เรียบแทน (ไม่แน่ว่าคนที่สังหารกลุ่ม Qun อาจเป็นฝีมือของ Petrice เองด้วยซ้ำ ไม่ใช่ Tal Vashoth หรอก) 

จะอย่างไรก็ตาม เธอให้เงินเราและหลีกเลี่ยงการปะทะ ซึ่งจากโหวงเฮ้งเราจะได้เจอเธออีกในอนาคตแน่นอน 


Enemies Among Us


ที่ได้คุยกับหญิงสาว หน้า Chantry เธอขอร้องให้เราช่วยสืบหน่อยว่าพี่ชายเธอที่เพิ่งสมัครเป็นพวก Templar ทำไมขาดการติดต่อไปนานมาก ไปที่ Gallows (ลานประหาร) คุยกับกลุ่ม Templar จะพบว่าไม่ใช่แค่พี่ชายเธอคนเดียว แต่กลุ่ม Templar หน้าใหม่หลายคนได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ยกเว้นนาย Willmod คนเดียวที่กลับมา แต่ก็เหมือนเพิ่งออกไปจากเมือง

ตามไปที่นอกเมือง จะพบหัวหน้าของกลุ่ม Templar ชื่อ Cullen กำลังไต่สวนนาย Wilmod อยู่ แต่กลับปรากฏว่านาย Wilmod กลายเป็นปีศาจไปเสียได้ ฆ่าให้หมด นาย Cullen จะสงสัยว่าทำไม Wilmod ถึงถูกปีศาจสิงร่างได้เพราะปกติผู้ที่จะถูกปีศาจสิงร่างได้มีแต่ Mage เท่านั้น เว้นแต่ว่ามีการใช้ blood magic ทำให้พวกปีศาจมาสิงร่างคนอื่นที่ไม่ใช่เมจได้ ... Cullen คิดว่าน่าจะสืบหาข้อมูลได้จากหอนางโลม Blooming Rose แต่เผอิญเขาไม่ถนัดในการเค้นข้อมูลจากสาวๆ เราจึงอาสาทำให้ 

ที่ Bloom Rose สืบจนถึงตัวสาวนางโลมชุดม่วง เธอจะใช้อาคมมืดใส่เราแต่เราต้านไว้ได้ เธอจะบอกเราว่าเธอแค่ทำหน้าที่ล่อให้พวก Templar ไปยังที่ลับใต้เมืองที่หนึ่งเท่านั้น เราจะฆ่าเธอหรือให้ Templar จับตัวไปก็แล้วแต่ (ถ้าเราฆ่าเธอไปก่อนถาม เราก็จะรู้ตำแหน่งจากสมุดบันทึกในห้องเธออยู่ดี)

ไปที่ฐานลับในเมือง Darktown ลุยพวกปีศาจไปเรื่อย สุดทางจะเจอกลุ่มเมจชั่วที่จับ Templar มาให้ปีศาจสิงร่าง ฆ่าซะ แล้วไปช่วย Keran ออกมาจากที่กักขัง แต่เขาอาจจะถูกสิงปีศาจไปแล้วหรือเปล่า ?

กลับไปรายงาน Cullen เขาจะแสดงแนวคิด Templar ที่รังเกียจเมจอย่างชัดเจน ถึงแม้เราจะบอกว่าเวทมนตร์ไม่ได้ทำให้คนเป็นคนเลว แต่ Cullen ก็เถียงว่ายังไงซะเมจก็อันตรายอยู่วันยังค่ำ ขอแค่มีเมจเพียงคนเดียวที่ตกเป็นทาสของปีศาจด้วยความโลภ เมจนั่นก็สามารถทำให้เมืองลุกเป็นไฟได้แล้ว เราเลือกได้ว่าจะให้ปลดระวาง Keran หรือให้เขาดำรงตำแหน่งต่อ ยังไง Cullen จะให้เงินเราตอบแทนความดีความชอบนี้ 

..............

ศพของคนร้าย มีหมวกเกราะเซ็ต ACT 1 อยู่

Wayward Son


มาที่ Alienage คุยกับ Arianni หญิงเอลฟ์ เธอจะบอกว่าลูกชายเธอชื่อ Feynriel นั้นมีเวทมนตร์ แต่เธอไม่อยากส่งลูกไปที่ Circle ก็แอบเลี้ยงที่นี่อย่างลับๆเรื่อยมา (ก็คือ Apostle นี่เอง) ทีนี้ปัญหาเริ่มเกิดเมื่อ Feynriel พักนี้เริ่มฝันถึงพวกปีศาจ ทางแม่ก็กลัวว่าลูกจะปีศาจถูกสิงเลยตัดสินใจจะส่งลูกตนเองไปให้ Circle ช่วยดูแล แต่ลูกชายเธอกลับหนีไปเสียก่อน 

คุณจะสอบถามจาก Vinceto ผู้เป็นพ่อเด็ก หรือ Thrask เทมพลาร์ที่กำลังตามหาเด็กคนนี้อยู่ก็ได้ ทั้งคู่จะบอกให้คุณไปหา Samson ซึ่งเป็นเทมพลาร์เก่าที่คอยช่วยเหลือพวกเมจอย่างลับๆ 

ที่ Lowtown ตอนกลางคืน คุยกับ Samson เขาจะบอกว่าเขาส่งเด็กคนนี้ไปให้กับนาย Reiner ที่เป็นกัปตันเรือ แต่ดูเหมือนนายกัปตันแทนที่จะช่วยเด็กหนี แต่กลับจับเด็กไปขังไว้อีก คาดว่าจะเอามาขายให้ Templar อีกที เมจสาวของเขาก็โดนจับไปด้วย 

ไปที่โกดังที่ท่าเรือ เราจะเจอแต่สาวเมจ และเธอก็ถูกบีบจนตรอกจนต้องยอมใช้ blood magic กลายเป็น demon ไป ฆ่าให้หมด เก็บจดหมาย เราจะรู้จุดนัดพบที่นาย Reiner จะไปขายให้พวกพ่อค้าทาส

ที่ Darktown เจอพวกพ่อค้าทาส เก็บกวาดซะ แล้วไปหานายกัปตันต่อที่ Wound Coast ในถ้ำ บุกจนถึงสุดทาง นาย Reiner จะใช้เด็กเป็นตัวประกัน ถ้าเราเอา Varric ไปด้วย มันจะช่วยเราโม้ว่าจริงๆแล้วเด็กคนนี้เป็นลูกของเจ้าเมือง Viscount เลยนะเฟ้ย เอ็งอยากตายป่าว (ฮา) เมื่อเราช่วยเด็กได้แล้ว เราจะได้เลือกว่าจะส่งเด็กไปที่ Circle หรือไปที่พวกเอลฟ์ Dalish เลือกตามใจเราละกัน แล้วกลับไปบอกแม่ของเด็กเป็นอันจบเควส 


ขอเพิ่มเติมนิดนึงครับ เควส Wayward Son ถ้าเราเลือกให้เจ้าหนุ่ม Feynriel ไปอยู่กับเอลฟ์ Dalish 
ให้เราไปหาเขาได้ครับที่เผ่า Dalish ใน Sunder mount คุยกับเขาแล้วเขาจะขอบคุณเราที่ไม่ส่งเราไป Circle 
และให้สินน้ำใจเราเล็กน้อย คือเงิน 1 ทอง ครับ (เอาน่า ช่วงแรกของเกมเงิน 1 ทองนี่มีค่ามากเลยนะ^_^)


ACT OF MERCY 


ไปเอาจดหมายที่บ้าน มีคนขอความช่วยเหลือเราอย่างเร่งด่วน ไปที่จุดในแผนที่จะพบกับ Thrask ยืนอยู่หน้าถ้ำ เขาอยากให้เราช่วยเกลี้ยกล่อมกลุ่ม Apostle ที่อยู่ข้างในให้ยอมมอบตัวก่อนที่กลุ่ม templar พวกเขาคนอื่นๆจะมาถึง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นพวก Apostle จะถูกฆ่าทั้งหมด 

เข้าไปข้างในจะพบว่านาย Demicus ที่เป็นผู้นำกลุ่ม Apostle มีการนำ blood magic มาใช้ ซึ่งทำให้บางคนในกลุ่มไม่พอใจและพยายามหนีออกมา บุกจนจัดการนาย Demicus สำเร็จ จะมี apostle ที่เหลืออยู่ ถามว่าเราจะเอาไง ก็มีทางเลือกหลายทาง เลือกทางที่ชอบละกันนะครับ มันจะมีผลต่อ ACT 2 บางเควสด้วย



>>> Deep Road Expedition <<< (Keys Quest)


ในที่สุดก็ถึงเวลาลง Deeproad กันแล้วนะครับ เควสนี้เมื่อทำแล้วจะจบ ACT 1 โดยทันที ผมแนะนำว่าก่อนทำเควสนี้ให้ตระเวนทำ side quest อื่นๆให้เกลี้ยงก่อน รวมถึงไปสำรวจตามแผนที่ต่างๆรวมถึงบ้านเพื่อนของเราอีกครั้งว่ายังมีเควสอื่นๆหลงเหลืออีกไหม ถ้ามีเงินเกินผมแนะนำให้ซื้อพวก Potion ตุนไว้ เพราะศึกนี้มันหนักไม่ใช่น้อย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปคุยกับ Bartrend เลย 

(สำหรับคนที่มีเงินไม่พอ 50 gold ก็ต้องรอเก็บเงินจาก side quest อื่นๆไปก่อนนะครับ ถ้าทำจนหมดแล้วแต่เงินยังไม่พออีก ที่บ้านเราจะมีจดหมายชื่อ Friend in Low Place ซึ่งจะเป็นเควสนัดพบกับนายหน้าให้กู้คนหนึ่ง ซึ่งเขาจะให้เรากู้ 50 gold จากเขาได้ เงินนี้จะส่งตรงถึง Bartrend แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคืออนาคตเราต้องจ่ายเขาคืน 2 เท่าเป็น 100 gold ซึ่งผมว่าอย่ากู้ดีกว่านะ -*- )

มอบเงินกับแผนที่ให้ Bartrend เขาจะตกลงให้เราเป็นหุ้นส่วนด้วย สมบัติที่ได้จาก Deeproad ทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน คือให้เขา , Varric และเรา การผจญภัยสุดอันตรายได้เริ่มขึ้นแล้ว

จะมี Cutscene กลับไปยัง Cassanda กับ Varric ให้เห็น Cassanda บอกว่าไม่อยากเชื่อเรื่องที่ Varric พูด เพราะเธอคิดว่าที่ Hawke กับผองเพื่อนมา Kirkwall ก็เพื่อทำลายล้าง Chantry แต่ว่านี่กลับตาลปัตรไปหมด Hawke ไม่มีอะไรเลย เขาไม่รู้เลยจริงๆหรือว่า Deeproad มีอะไรอยู่ ? Varric จึงบอกว่า Hawke ไม่รู้หรอก เพราะถ้ารู้ เขาคงไม่ .........

ที่ Deeproad ดูเหมือนจะมีหินถล่มลงมาปิดกั้นทาง คนไปดูลาดเลาบอกว่ามีทางด้านข้างแต่ว่ามันอันตรายมาก พวกเราจึงตัดสินใจไปสำรวจทางให้ ก่อนไปคนแคระ Bodahn ได้มาบอกว่า Sandal คนแคระทำ Enchantment ได้หลงทางซะแล้วฝากให้เราหาหน่อย 



(คำพูดที่น่าสนใจคือนาย Bodahn ไม่กลัวอันตรายต่อ Sandal เลย เขาบอกว่า Sandal เคยเผาบ้านมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยอุบัติเหตุ แต่ที่เขากลัวคือกลัว Sandal หลงทางมากกว่า ตกลงไอ้เจ้า Sandal มันคือตัวอะไรกันแน่นะเนี่ย)

ไปตามทางจนเจอ Sandal เราจะพบว่าเจ้า Sandal มันไม่ธรรมดาจริงๆ โฮะๆ 

Tips and Tricks 
ก่อนเจอ Sandal จะมีห้องเล็กๆอยู่ทางขวา คุณจะถูกโจมตีจากฝูงแมงมุม และมีเจ้าแมงมุมยักษ์บอสมาปรากฏตัวด้วย การโจมตีมันค่อนข้างหนักและยังผลักกระเด็น วิธีการต่อสู้ก็คือถ้ามันเล็งอัดใคร ให้ขยับคนนั้นหลบจะหลบได้ เราจัดการมันลงอย่างไม่ยากครับ
ลุยสุดทางจะเจอบอสมังกรแดงที่โหดเอาเรื่อง ฆ่าซะ แล้วเราจะมาถึงในส่วนลึกของ Deeproad ที่ไม่มีใครเคยมาถึงมาก่อน เป็นอารยธรรมเก่าแก่ยิ่งกว่าเผ่าคนแคระปัจจุบันมากนัก 

Tips and Tricks 
การต่อสู้กับบอสมังกรแดง แนะนำให้สอยลูกๆก่อน พอจังหวะบวก ให้เอาตัว tank เข้าล่อเดินวนเพราะมันฉกแรงทีเดียว ธาตุน้ำแข็งจะทำให้เราจัดการมันได้ง่ายขึ้น

อันนี้คลิปรวมสู้ทั้งมังกรแดงและแมงมุมยักษ์แบบ nightmare ครับ โดยคุณ ofenrilo
http://www.youtube.com/watch?v=YdtH-2PQQFc

คุณจะได้ชุดเกราะตัวเซ็ต ACT 1 จากศพของมัน

คุณได้โอกาสซื้อของและผมแนะนำให้ซื้อ Potion เตรียมให้พร้อมเลย แล้วสำรวจต่อ 

Tips and Tricks
การต่อสู้ต่อไปคุณจะได้เจอโกเล็ม พวกนี้ต่อยหนักให้บังคับตัวละครหลบทุกครั้ง และมันมีท่าระเบิดรอบตัวได้ ให้บังคับตัวละครไปไกลๆตัวมัน (กด H ช่วยเราบังคับไม่ให้ตัวละครวิ่งกลับเข้าไปใหม่ได้ง่ายขึ้น)
ในห้องโถงใหญ่คุณจะได้เจอไอเท็ม Lyrium Idol หรือก็คือแร่ Lyrium บริสุทธิ์สีแดงที่ถูกทำเป็นตุ๊กตา (ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก เพราะใน DA 1 ไม่เคยกล่าวถึง มันน่าจะมีค่ามหาศาลในตลาดมืด) 



และหลังจากนั้นมีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นนิดหน่อย บู๊ต่อไปจนถึงล่างสุดจะเจอปีศาจหินยักษ์ตัวนึงมาขอเจรจาหย่าศึกกับเรา จะฆ่าหรือจะพักรบก็แล้วแต่ (ถ้ายาจะหมดก็พักรบก่อนก็ได้ เพราะคุณจะเจอศึกหนักสุดๆข้างหน้านี้แล้ว) 

Boss Ancient Rock Wraith 

บอสสุดโรคจิตของ Dragon Age 2 ขนาดผมมาเล่นในรอบที่สองก็ว่าตัวนี้มันยากเกินไปอยู่ดี นึกด่าคนทำเกมส์ทุกทีเวลาเจอมัน สำหรับคนที่ลองสู้แล้วรู้สึกไม่ไหว จะลดระดับความยากที่จุดนี้ก็ได้นะครับ คนที่ไม่มี Tank จะลำบากที่สุดเพราะท่าระยะใกล้มันแรงมาก แถมตัวนี้ยังอึดมากๆชนิดทีคนเล่น DA 1 มาก่อนจะต้องตะลึง 

ช่วงแรกมันจะขว้างสายฟ้ากับแทงหินให้เราเอา tank ชนตัวอื่นรุมยิง พอพลังมันลดซักพัก มันจะไปอยู่กลางห้องแล้วระเบิดแสงแดงให้รีบเอาตัวละครคุณหลบหลังเสาหินจะไม่เป็นอันตราย ต่อมามันจะเรียกตัวลูกน้อง ให้เก็บลูกน้องแล้วรีบโจมตีมันในขณะที่มีโอกาส จากนั้นมันจะเริ่มกลายร่างเป็นหินกลิ้งเข้าชน ให้เราพยายามหลบ ยกเว้น tank จะชนตรงๆเลยก็ได้ถ้าเราแกร่งพอจะไม่ล้ม พยายามให้ตัวอื่นอยู่ไกลๆเพราะมันมีท่าหมู่รอบตัวด้วย เมื่อจัดการจนพลังมันลดเกินครึ่งมันจะมีท่าดูดหาเข้าตัว ให้เอาตัวอื่นไปใกลๆ tank ยืนฟันแลก คอยดื่มยาอย่างต่อเนื่องก็จะชนะได้ครับ 

ข้างล่างคือคลิปจากชาวไทยเองในโหมด nightmare ว่าจะสู้เจ้านี่ยังไงนะครับ 
http://www.youtube.com/watch?v=NIEXANshmRI
http://www.youtube.com/watch?v=S5c_OtE1IUo
http://www.youtube.com/watch?v=OL8YzYgrfwI

เมื่อจัดการมันได้แล้ว คุณพบกลับขุดทรัพย์มหาศาลอยู่ด้านหลังซึ่งมูลค่ามากกว่า Lyruim Idol หลายร้อยเท่า เราจะกลับ Kirkwall โดยใช้ทางอ้อม แต่นั่นจะกินเวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะออกไปได้ Varric บอกว่าด้วยสมบัตินี้เขาจะหาทางขายมันให้ได้ราคาดีที่สุด รับรองว่าพวกเราจะกลายเป็นมหาเศรษฐี 

(เกร็ดความรู้ : โรคติดเชื้อ Darkspawn สามารถเกิดขึ้นได้หาได้รับเลือด darkspawn เข้าสู่กระแสเลือด คนที่ติดจะตายอย่างช้าๆ มีเพียง GreyWarden เท่านั้นที่รู้วิธีแก้) 

===================จบ ACT 1============================

Tags

กราฟฟิกส์การ์ด (2) เกมเมอร์ (2) ขายสินค้า (2) ข่าวเกมส์ (2) ข่าวทั่วไป (2) ข่าวอัพเดท (1) ข่าว IT (16) ซัมซุง (1) ดาวน์โหลด (1) ดาวน์โหลด Discuz thai 7.2 full utf8 (1) ตอนที่ 6 (1) นิยาย (6) บทสรุปเกมส์ (3) ประกาศ (8) เรียนรู้ C++ (3) ออฟฟิศ 2013 office 2013 วินโดวส์ เอ็กซ์พี วินโดวส์ วิสต้า windows xp windows vista ข่าวไอที airp (1) animation (1) antivirus (10) ASUS (1) autorun (1) Bot (3) C (2) cartoon (15) cartoonclub (1) cloud ใช้ยังไง (1) DirectCU II TOP (1) dota (1) download (1) Dual-GPU (1) E-Book ศัพท์คอมพิวเตอร์ mp4 (1) edda online (14) e-learnning (3) e-learnning ห้องเรียนรู้ C++ (1) event (2) Flash Drive (3) flowchart (1) football (2) Freeware (11) Galaxy Beam (1) Game (31) game online (2) Game Update (15) gangcartoon (1) Glory Destiny Online (1) GTX 670 (1) GTX 690 (1) guild (1) hack (2) html (2) icloud คือ (1) i cloud คืออะไร (1) icloud ใช้ยังไง (1) IT News (16) IT-Update (14) javascript alert (1) learnning (1) legend of edda (9) Mass Effect 2 (1) Mobile Update (2) Movie Zone (9) Music Tags สบายดีไหม License Standard YouTube License (1) Music Zone (4) notice (3) online (6) photo (1) photoshop (1) Poem (6) Pro (5) Programe (18) Prototype - Razor1911 - FULL (1) review (1) sale (2) Samsung (1) security (1) shareware (1) soa (9) Source Php board (1) storyboard (1) sword art online (31) TERA Korea Official Site และ MMOCulture (1) TV (11) VRZO (1) web (1) Webroot Antivirus (1) webtools (1) windows (2) WinScan2PDF (โปรแกรม พิมพ์เอกสารเป็น PDF ได้อย่างรวดเร็ว แบบพกพา) (1)